ท่องเที่ยวกัมพูชาเร่งสร้างแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกล่าวเมื่อวันศุกร์ โดยจะกระตุ้นให้สร้างการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ และการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในจังหวัดเสียมเรียบ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้นจากจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ในครึ่งปีแรกลดลงถึง 20% ในเสียมราฐ  จึงผลักดันให้เจ้าหน้าที่รีบปรับปรุงถนน สิ่งอำนวยความสะดวก และตั้งร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวเพิ่ม โดยในช่วงครึ่งแรกของกัมพูชามีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.3 ล้านคนมาเยือนเพิ่มขึ้น 11% โดยนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นผู้นำในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1.2 ล้านคนในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งในปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 6.2 ล้านคนเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50634711/ministry-calls-for-new-tourism-products-to-attract-chinese-and-korean-visitors/

เปิดตัวแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ที่สนับสนุนโดยรัฐบาล กัมพูชา

 Tinh Tinh E-commerce ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐแห่งแรกของกัมพูชาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวก่อตั้งขึ้นด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแคมโบเดียโพสต์ ถือหุ้น 10% ในขณะที่ ZVS ถือหุ้น 50% ส่วนที่เหลือเป็นของ Paxxa Mobile Solutions 40% ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะช่วยธุรกิจในท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดกลางและเล็กขายผลิตภัณฑ์ออนไลน์เพื่อเข้าถึงตลาดโลก ซึ่งจะทำข้อตกลงกับธนาคารหลายแห่งเพื่อให้แน่ใจว่าการทำธุรกรรมมีความปลอดภัย และจากข้อมูลขององค์กรกำกับดูแลด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของกัมพูชา (TRC) จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในกัมพูชาเพิ่มขึ้น 31.6% ในช่วงครึ่งปีแรกและ 15.8 ล้านคนคิดเป็น 98.5% ของ ประชากร

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50634706/state-backed-online-shopping-platform-launched/

สหพันธ์ข้าวกัมพูชายืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งออกข้าวให้ได้ 1 ล้านตันต่อปี

คณะกรรมการใหม่ของสหพันธ์ข้าวกัมพูชาได้ประกาศที่จะขยายการส่งออกข้าวของประเทศให้สูงถึง 1 ล้านตันต่อปีภายในปี 2565 โดยจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของข้าวกัมพูชาให้เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก และพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีความเป็นธรรมโปร่งใสให้เกิดความยังยืน ซึ่งในปีที่แล้วมียอดส่งออกเพียง 620,000 ตัน ทางสมาคมจึงมีแนวคิดที่จะขยายไปสู่ตลาดใหม่และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม ไปจนถึงการทำสัญญาการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ค้า โดยการส่งออกข้าวสารของประเทศเพิ่มขึ้น 3.7% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี แตะระดับ 308,013 ตัน ซึ่งจีนยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชาโดยทำการนำเข้ากว่า 123,361 ตัน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 40%

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50633658/crf-reaffirms-commitment-to-1m-tonne-rice-export-goal/

ตลาดหลักทรัพย์กัมพูชาขยายเวลาการซื้อขาย

ตลาดหลักทรัพย์กัมพูชาได้ขยายเวลาทำการในการซื้อขายเพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อขาย โดยตลาดจะเปิดทำการ 7 ชั่วโมงต่อวันตั้งแต่ 8:00 น. – 15:00 น. จากแต่ก่อนที่เปิดทำการซื้อขายเพียง 3.5 ชั่วโมง ซึ่งเฉลี่ยแล้วมีการซื้อขายหุ้นมูลค่ากว่า 500,000 เหรียญสหรัฐทุกวันในช่วงไตรมาสที่ 2 จำนวนบัญชีซื้อขายได้เพิ่มขึ้นจาก 5,577 ในปี 2013 เป็น 21,471 ในขณะนี้ โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเปลี่ยนชั่วโมงการซื้อขายคือการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักลงทุน รวมถึงส่งเสริมให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้นและเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในตลาด ซึ่งเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะช่วยดึงดูดนักลงทุนมากขึ้นและเป็นการช่วยพัฒนาตลาดให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50633659/csx-extends-trading-hours/

แผนการเพาะปลูกตามสัญญาที่เพิ่มขึ้นในกัมพูชา

กระทรวงเกษตรกล่าวว่าเกษตรกรและผู้ค้าเริ่มตระหนักถึงประโยชน์ของข้อตกลงในการทำการเกษตร โดยตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงกรกฎาคมมีการเซ็นสัญญาในภาคการผลิตข้าวถึง 60 โครงการ ซึ่งมากกว่าในช่วงเดี่ยวกันของปีที่แล้วถึง 20 โครงการ โดยการทำสัญญาระหว่างผู้ซื้อและเกษตรกรที่จะทำการส่งมอบพืชผลในอนาคตตามวัน เวลารวมถึงกำหนดจำนวน คุณภาพและราคาไว้ล่วงหน้า ซึ่งปีนี้ผู้ผลิตข้าวได้ลงนามข้อตกลงกับสหกรณ์การเกษตรจาก 10 จังหวัด โดยลำดับความสำคัญคือการเพิ่มจำนวนการทำสัญญาทั่วประเทศเพราะเมื่อมีการทำสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นเกษตรกรจะได้รับการรับประกันว่าจะมีผู้ซื้อมารอรับซื้อพืชผลทางการเกษตรจากเกษตรกรแน่นอน ภายใต้ข้อตกลงข้างต้น รวมถึงการจัดหาผู้ค้ารายใหม่เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าทางการเกษตรภายในกัมพูชา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50633015/contract-farming-schemes-on-the-rise-ministry/

ผลักดันข้าวกัมพูชาให้ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

ข้าวกัมพูชาจะได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในด้านคุณภาพและความยั่งยืน กล่าวโดยประธานสหพันธ์ข้าวคนใหม่ของกัมพูชา ซึ่งสหพันธ์จะดำเนินการในฐานะหุ้นส่วนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ผลิตและจะทำให้อุตสาหกรรมมีความทันสมัย มีตลาดที่หลากหลายและเพิ่มการเข้าถึงของแหล่งเงินทุน โดยสหพันธ์ข้าวกัมพูชาก่อตั้งขึ้นในปี 2557 มีสมาชิกซึ่งเป็นผู้ส่งออกจำนวน 213 ราย โดยตั้งเป้าหมายที่จะทำการส่งออกข้าวถึง 1 ล้านตันต่อปี จากการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้มีประสิทธิภาพในการผลิตข้าวในกัมพูชา ซึ่งการส่งออกข้าวสารของกัมพูชาเพิ่มขึ้น 3.7% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีแตะระดับ 308,013 ตัน โดยจีนยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดโดยทำการซื้อไปกว่า 123,361 ตัน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 40%

ที่มา:https://www.khmertimeskh.com/50632528/cambodian-rice-to-achieve-worldwide-fame-new-crf-president-promises/

ในช่วงครึ่งปีแรกจำนวนนักท่องเที่ยว กว่า 3 ล้านคนมาเยือนยังกัมพูชา

 กัมพูชาให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 3.3 ล้านคน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ซึ่งเพิ่มขึ้น 11.2% ตามข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน เป็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนถึง 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 38% เป็นจำนวนกว่า 38.7% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ลดลงกว่า 20.2% รายงานระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดเสียมเรียบลดลง 8% หรือ 1.2 ล้านคน แต่ในทางตรงกันข้าม พนมเปญและพื้นที่ชายฝั่งทะเลกลับมีจำนวน นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 27% หรือกว่า 2.6 ล้านคน โดยเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 6.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.7% และทางกัมพูชาคาดการณ์ว่าภายในปี 2563 จะมีผู้มาเยือน 7 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50631306/over-3m-tourists-visit-cambodia-in-h1/

รายได้ครึ่งปีแรกของคนกัมพูชาที่ทำงานในเกาหลีใต้สูงถึง 21 ล้านเหรียญสหรัฐ

ชาวกัมพูชาที่ทำงานในเกาหลีใต้ส่งเงินกลับมายังประเทศตนอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านทาง Acleda Bank Plc โดยมีการทำธุรกรรมกว่า 10,880 รายการ โดยแต่ละธุรกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000 เหรียญ ซึ่งปีที่แล้วแรงงานกัมพูชาในเกาหลีใต้ส่งเงินกลับมายังกัมพูชาอยู่ที่ 53 ล้านเหรียญสหรัฐผ่านธนาคาร โดยจากข้อมูลของธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC’s) ข้อมูลชาวกัมพูชาที่ทำงานในต่างประเทศได้ส่งเงินกลับมายังถิ่นของตนเป็นจำนวน 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 11% จากปี 2560 คิดเป็นเงินที่ส่งจากประเทศไทยเป็น 68% และเกาหลีใต้ 21.5%  และจากประเทศอื่นๆอีก 10.5%  ซึ่งตัวเลขแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมีทั้งสิ้น 1,235,993 คน อยู่ในประเทศไทย 1,146,685 คน ในเกาหลี 49,099 คน ในมาเลเซีย 30,113 คน และอื่นๆ

ที่มา : https://www.phnompenhpost.com/business/cambodians-south-korea-send-home-21m-h1

การร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ฯของไทยและกัมพูชา

หน่วยงานกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศกัมพูชาและประเทศไทยได้ประกาศแผนการที่จะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมตลาดทุนภายในประเทศ โดยตกลงว่าจะทำการส่งเสริมและพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ของกัมพูชาทั้งยังเคยลงนามทำ MoU ระหว่าง SECC และ SEC Thailand ขึ้นในปี 2557 และทางกัมพูชาได้เสนอให้มีการลงนามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนและการออก DR การเสนอขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนจะช่วยขยายธุรกิจของผู้ออกตราสาร เพิ่มสภาพคล่อง และเป็นการเข้าถึงนักลงทุนที่มีศักยภาพมากขึ้น โดย CSX ได้เปิดตัวในปี 2555 แต่จนถึงปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนเพียงแค่ 5 บริษัท ซึ่งในไม่ช้า CSX จะทำการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินออกมาเพิ่ม ถือเป็นการสร้างทางเลือกให้กับนักลงทุน และมากไปกว่านั้นจะมีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนแล้วทำ IPO มากยิ่งขึ้น โดยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาตลาด CSX มีการระดมทุนไปแล้วที่ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630865/cambodian-thai-bourse-regulators-to-work-together/

ธนาคาร Mandiri ของอินโดนีเซียเข้าลงทุนในกัมพูชาและสปป.ลาว

ธนาคาร Mandiri ของอินโดนีเซียซึ่งเป็นสถาบันของรัฐได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเข้าสู่ตลาดกัมพูชาและสปป.ลาว และได้จัดตั้งกองทุนการลงทุนขนาดใหญ่ โดยจะทำการศึกษาวิธีที่ดีที่สุดในการเจาะตลาดใหม่ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 ธนาคาร Mandiri เติบโดถึง 11.1% และมีการประกาศจากธนาคารแห่งชาติกัมพูชาซึ่งจะเน้นการเติบโตที่แข็งแกร่งของธนาคารในประเทศและภาคการเงินรายย่อย ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปีสินเชื่อในสาขาธนาคารและสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นประมาณ 22.4%

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630496/indonesias-mandiri-bank-to-enter-cambodia-laos/