รัฐบาลกัมพูชามอบเงินเยียวยาแก่แรงงานอันเนื่องมาจากโควิด-19

รัฐบาลกัมพูชามอบเงินจำนวน 23 ล้านดอลลาร์กระจายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอันเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 โดยกระทรวงแรงงานคาดว่าจะจัดสรรเงินเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่คนงานอีกจำนวน 8,000 ราย แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินเยียวยารอบใหม่ออกมา ซึ่งการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตเสื้อผ้ากว่า 129 แห่ง ที่จำเป็นต้องปิดกิจการลง โดยในวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมากระทรวงได้ประกาศเปิดรับผู้ที่ต้องการได้รับเบี้ยเลี้ยงจากผลกระทบข้างต้นครั้งที่ 45 ซึ่งมีผู้ยื่นความประสงค์กว่า 8,400 ราย เฉพาะในแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและการท่องเที่ยว โดยกระทรวงกล่าวว่ารัฐบาลจะยังคงจ่ายเบี้ยเลี้ยงเป็นจำนวน 40 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับคนงานในภาคสิ่งทอและผลิตภัณฑ์การเดินทางต่อไปอีกสามเดือนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2564 ในขณะที่เจ้าของโรงงานในภาคเหล่านี้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 30 ดอลลาร์ต่อคนงานจนครบกำหนด

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50800806/govt-gives-23mil-to-workers-who-lost-jobs-over-pandemic/

รัฐบาลกัมพูชารายงานตัวเลขการส่งออกสินค้าภาคการเกษตรในปี 2020

กัมพูชาส่งออกสินค้าภาคการเกษตรอยู่ที่ 4.037 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 ตามข้อมูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ข้าวสาร ผลิตภัณฑ์จากการสีข้าว มันสำปะหลัง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะม่วง ยางพารา กล้วย ลำไย พริกไทย รังนก สินค้าประมง ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้และสินค้าอื่น ๆ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกล่าวว่าข้าวถือเป็นส่วนสำคัญของการส่งออกสินค้าเกษตรของกัมพูชา โดยกัมพูชามีพื้นที่นาประมาณ 3.26 ล้านเฮกตาร์ที่ได้ทำการเก็บเกี่ยว ให้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 3.34 ตันต่อเฮกตาร์ ซึ่งผลผลิตข้าวเปลือกทั้งหมดของปี 2020 อยู่ที่ 10.93 ล้านตัน เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศโดยมีข้าวเหลือเพื่อการส่งออกถึง 5.9 ล้านตัน โดยกัมพูชาทำการส่งออกข้าวเปลือกสูงถึง 2.89 ล้านตันในปี 2020 สร้างมูลค่ารวม 723.48 ล้านดอลลาร์

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50800406/ministry-shares-2020-agri-export-numbers/

ผู้เชี่ยวชาญแนะรัฐบาลกัมพูชาลดภาษีนำเข้าสินค้าบางส่วนลง

กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอแนะให้ลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจักรกลไฟฟ้าและชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อลดต้นทุนการผลิตในภาคการผลิตลง โดยจากการสำรวจของกระทรวงฯ พบว่าอัตราภาษีนำเข้าสินค้าและชิ้นส่วนของกัมพูชาในปัจจุบันสูงถึงร้อยละ 15 ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและเวียดนามตรึงไว้ที่ร้อยละ 5 และ 3 ตามลำดับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าหากกัมพูชาต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางด้านการผลิตที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการส่งออกและยังส่งเสริมการกระจายความเสี่ยงจากตลาดส่งออกที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยจะต้องดำเนินการลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าประเภทเครื่องจักรกลร่วมด้วยเพื่อลดต้นทุนการผลิตสำหรับบริษัทข้ามชาติที่จะทำการลงทุนหรือทำการพัฒนาในกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลได้เคลื่อนไหวในการลดอัตราภาษีในสินค้าบางรายการ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมาได้ประกาศลดภาษีนำเข้าและภาษีพิเศษสำหรับสินค้า 35 ประเภท จุดประสงค์คือเพื่อช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในท้องถิ่นเนื่องจากการเติบโตของภาคส่วนเหล่านั้นทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างโอกาสในการจ้างงานมากขึ้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50800405/experts-cite-need-for-import-tariff-reductions/

NBC ชี้ถึงความเสี่ยงต่อการเติบโตของหนี้สินส่วนบุคคลในกัมพูชา

ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) กล่าวว่าการลดลงของรายได้ส่วนบุคคลและการออมในปี 2020 ก่อให้เกิดความเสี่ยงหลักสำหรับการเพิ่มขึ้นของหนี้สินส่วนบุคคลในกัมพูชาที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2021 ตามรายงานเศรษฐกิจและการธนาคารฉบับปรับปรุงปี 2020 โดยยอดสินเชื่อสำหรับผู้บริโภค ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.11 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Credit Bureau Cambodia ซึ่งประธานสมาคมธนาคารในกัมพูชา (ABC) และประธานและกรรมการผู้จัดการกลุ่มของธนาคาร ACLEDA รวมถึง NBC กล่าวถึงความเสี่ยงและความกังวลเกี่ยวกับหนี้สินส่วนบุคคล โดยได้เตรียมออกมาตรการที่รอบคอบและการสนับสนุนด้านอื่นๆที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของธนาคารในกัมพูชาต่อไป ซึ่งธนาคารกลางกล่าวเพิ่มเติมว่าหากวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกัน COVID-19 ทั้งยังควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสได้สำเร็จภายในช่วงครึ่งแรก คาดว่าเศรษฐกิจกัมพูชาอาจจะกลับมาเติบโตได้ที่ร้อยละ 4 ในปีนี้

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50799995/nbc-outlines-2021-risks-for-personal-debt-growth/

การเติบโตของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพืชในกัมพูชา

ในปี 2019 กรุงพนมเปญเพียงแห่งเดียวสร้างขยะมากถึง 3,000 ตันต่อวัน โดย 600 ตันเป็นขยะพลาสติกตามรายงานของ Konrad-Adenauer-Stiftung (KAS) ซึ่งปัจจุบันขยะเพิ่มขึ้นทั่วกัมพูชาในอัตรากว่าร้อยละ 10 ต่อปี ในขณะที่กัมพูชากำลังรอการห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในประเทศ ก็ได้ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์จากพืชได้รับผลกระทบในเชิงบวก โดยผู้อำนวยการบริหารของ Plant-Based Products Council (PBPC) กล่าวว่าผู้บริโภคมีความต้องการที่ชัดเจนในการสนับสนุนและส่งเสริมนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์จากพืชแต่ต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ Single use plastic เช่น ภาชนะโฟม ถุงพลาสติก และช้อนส้อม อยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามขยะพลาสติกเหล่านี้ยังมีส่วนลดทอนความสวยงามตามธรรมชาติของกัมพูชาและยังเพิ่มปัญหามลพิษที่รุนแรงอีกด้วย

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50800189/plant-based-packaging-growing/

การค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วง 11 เดือนแรก

การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ลดลงร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ไทย แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้กัมพูชาส่งออกสินค้าไปยังไทยมีมูลค่าอยู่ที่ 1,071 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 51 ในขณะเดียวกันกัมพูชานำเข้าสินค้าจากไทยมีมูลค่าอยู่ที่ 5,580 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยการค้าทวิภาคีของกัมพูชาระหว่างประเทศใกล้เคียงในปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามกิจกรรมทางการค้าคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไม่ช้าหลังจากการแพร่ระบาดสิ้นสุดลง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วการค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและไทยอยู่ที่ 9.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50799739/cambodia-thailand-bilateral-trade-valued-at-6-6-billion-in-first-11-months/