ธุรกิจเวียดนามในเมียนมา รับศึกหนัก! หลังรับแรงกระแทกจากแผ่นดินไหว

สำนักงานการค้าเวียดนามในเมียนมา รายงานว่าแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงขนาด 7.7 ริกเตอร์ ในเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม กิจการและบริษัทต่างๆ ของเวียดนาม ทั้งหมดปลอดภัย แต่กิจกรรมการค้ายังคงเผชิญกับอุปสรรคหลากประการ ทั้งนี้ คุณเหงียน เซือง เกียน (Nguyen Duong Kien) ที่ปรึกษาด้านการค้าของสำนักงานการค้าเวียดนามในเมียนมา กล่าวว่าความเสียหายทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น กำแพงถล่ม และไฟฟ้าดับ ส่งผลต่อระบบโทรคมนาคม ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ เศรษฐกิจเมียนมา มีความเปราะบางจากความขัดแย้งภายในประเทศ รวมถึงปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า ทำให้ธุรกิจต่างๆ จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องผลิตไฟฟ้าที่มีราคาแพง ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnam-companies-in-myanmar-face-more-challenges-after-earthquake-post312531.vnp

‘เวียดนาม-สปป.ลาว’ จับมือส่งเสริมธุรกิจ กระตุ้นการลงทุน

นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในกรุงเวียงจันทร์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. โดยมีนักธุรกิจชาวเวียดนามและต่างชาติจากประเทศต่างๆ รวมถึงนายเหงียน ฮ่อง ฮิว (Nguyen Hong Hue) ประธานของสมาคมธุรกิจเวียดนามในต่างประเทศ (BAOOV) และนายเหงียน ดึ๊ก ทัม เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำสปป.ลาว เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยการประชุมครั้งนี้ นายเหงียน ฮ่อง ฮิว ได้กล่าวสรุปกิจกรรมของสมาคมและแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกจากการสัมมนาที่เกี่ยวกับการลงทุน โอกาสทางธุรกิจในสปป.ลาว ในขณะเดียวกัน หวังว่าการร่วมมือในครั้งนี้ รัฐบาลสปป.ลาว จะช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุน โดยเฉพาะภาคส่วนสำคัญต่างๆ เช่น พลังงาน การขุดเหมืองแร่ การศึกษา การให้บริการดูแลสุขภาพ และการเกษตรไฮเทค เป็นต้น

ทั้งนี้ นายสอนไซ สีพันดอน กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่าสปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน ขณะเดียวกัน สปป.ลาว ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่น่าดึงดูดสำหรับธุรกิจเวียดนามและธุรกิจต่างชาติ แม้ว่าสปป.ลาว จะเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ก็เป็นศูนย์กลางการขนส่งสำคัญที่เชื่อมโยงเวียดนาม ไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/vietnam-enhances-business-connection-for-investment-in-laos-post1154960.vov

เชิญชวนนักธุรกิจเมียนมาร่วมงาน Smart Farm Korea 2025 (SFKOREA 2025)

ตามข้อมูลขององค์กรส่งเสริมการค้าเมียนมา งาน Smart Farm Korea 2025 (SFKOREA 2025) กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2025 ที่ศูนย์การประชุมชางวอน จังหวัดคยองซังนัมโด และเปิดรับนักธุรกิจชาวเมียนมาที่สนใจซื้อเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ฟาร์มอัจฉริยะเข้าร่วมงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการพัฒนาภาคการเกษตรและปศุสัตว์ และสนับสนุนเกษตรกรที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาภาคการเกษตรและปศุสัตว์ในอนาคตให้ใช้เทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะที่ทันสมัย ซึ่ง​​คาดว่าจะมีบริษัทประมาณ 120 แห่งจัดแสดงเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะ โซลูชันอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ของตน โดยมีบูธ 400 แห่ง และคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมได้ประมาณ 20,000 คน รายการที่นำมาจัดแสดงประกอบด้วยเกษตรกรรมในอนาคต (ระบบอัตโนมัติ) โรงงานอัจฉริยะและอุปกรณ์ (โดรนเกษตร) เกษตรในเมือง การกลับสู่การเกษตรและหมู่บ้านชนบท วัสดุและอุปกรณ์ทางการเกษตรและปศุสัตว์ โรงงานผลิตพืชเพื่อผลิตผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงตลอดทั้งปี บรรจุภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และระบบโลจิสติกส์และการศึกษาด้านการศึกษาไอซีที การปฏิบัติภาคสนามของฟาร์มอัจฉริยะ การจัดการโรคพืชและสัตว์ การศึกษาข้อมูลด้านการเกษตรและชนบท เป็นต้น

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/smart-farm-korea-2025-sfkorea-2025-invites-myanmar-businesspeople/

‘เวียดนาม’ เผยปี 67 ธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการ แตะ 76,180 แห่ง

สำนักงานตัวแทนจดทะเบียนธุรกิจ ภายใต้กระทรวงการวางแผนและการลงทุน (MPI) เปิดเผยว่าธุรกิจเวียดนามที่กลับมาดำเนินกิจการในปี 2567 มีจำนวนรวมกันทั้งสิ้น 76,179 แห่ง ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 6,348 แห่งต่อเดือน

ทั้งนี้ มียอดยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ จำนวน 157,240 แห่ง ลดลง 1.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่มีการปรับเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ อยู่ที่ประมาณ 140.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.17% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยขนาดธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินทุนต่ำกว่า 1-10 พันล้านด่อง คิดเป็นสัดส่วน 92.5% ของธุรกิจทั้งหมด ในขณะที่ภาคบริการ มีธุรกิจที่จดทะเบียนใหม่ จำนวน 118,840 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 75.6% ของธุรกิจที่จัดตั้งใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 มีธุรกิจที่ปิดกิจการ จำนวน 197,861 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการปิดกิจการชั่วคราว

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/nearly-76180-enterprises-resume-operations-in-2024-post307816.vnp

‘เวียดนาม-อินโดนีเซีย’ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคี 18 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปี 71

จากการประชุม Vietnam-Indonesia Business Forum ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เวียดนามและอินโดนีเซียได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคี อยู่ที่ 18 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2571 จากปี 2566 ที่อยู่ในระดับ 14 พันล้านเหรียญสหรัฐ การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยสมาคมธุรกิจเวียดนามในอินโดนีเซียและสถานทูตเวียดนามในอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตเวียดนามในอินโดนีเซีย กล่าวว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศนั้น ทำให้อินโดนีเซียเป็นคู้ค้ารายใหญ่อันดับ 3 ของเวียดนามในกลุ่มประเทศอาเซียน ในขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย และการค้าทวิภาคีของทั้งสองประเทศในปี 2566 มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นราว 14 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ประธานสมาคมธุรกิจเวียดนามในอินโดนีเซีย กล่าวว่าสมาคมประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงธุรกิจกว่า 30 ราย และมีการจัดกิจกรรมจำนวนมาก ร่วมกับสำนักงานการค้าเวียดนามในอินโดนีเซียที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและการประกอบธุรกิจ

ที่มา : https://english.thesaigontimes.vn/vietnam-indonesia-eye-us18-billion-in-bilateral-trade-by-2028/

‘สหรัฐฯ’ ยืนยันสถานะทางเศรษฐกิจเวียดนาม หนุนโอกาสส่งออก

ในช่วงต้นเดือน พ.ค.67 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จัดการประชุมการยอมรับทางเศรษฐกิจแบบตลาดของเวียดนาม พบว่าเวียดนามแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะบรรุหลักเกณฑ์ 6 ข้อที่ไว้ในการเป็นเศรษฐกิจแบบตลาดของประเทศ รวมถึงดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ และอื่นๆ ซึ่งจากการปะเมินของนักวิเคราะห์ ได้เห็นถึงศักยภาพของเวียดนามที่เปิดรับหลักเกณฑ์ต่างๆ ของสหรัฐฯ ได้ดีและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศมากกว่าอินโดนีเซีย แคนาดาและฟิลิปปินส์

ในขณะเดียวกัน นาง Nguyen Thi Thu Trang ผู้อำนวยการศูนย์ WTO และหอการค้าและการอุตสาหกรรมของเวียดนาม (VCCI) กล่าวว่าการที่เวียดนามคว้าโอกาสจากการยอมรับสถานะทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญของผู้ประกอบการเวียดนาม โดยเฉพาะธุรกิจการผลิตและการส่งออก เนื่องจากได้รับการลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ก็สามารถกระจายห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจได้มากขึ้น

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/early-us-recognition-of-market-economy-to-increase-opportunities-for-vietnamese-exports-post288493.vnp

‘ธุรกิจเวียดนาม’ เผชิญกับอุปสรรคสำแดงสินค้านำเข้า เหตุลดภาษี VAT

รองเลขาธิการหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (VCCI) กล่าวว่าผู้ประกอบการเผชิญกับอุปสรรคจากการสำแดงสินค้าที่มีการนำเข้า ซึ่งปัจจุบันเวียดนามกำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ 8% จากเดิมอยู่ที่ 10% หรือปรับลดอัตราภาษี 2% เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวให้กับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์และผู้นำธุรกิจ เรียกร้องให้รัฐบาลขยายโครงการสนับสนุนในครั้งนี้ไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจและธุรกิจในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าว ถือว่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากปัญหาทางด้านเอกสารที่มีการจำแนกแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ประกอบการบางรายไม่ทราบว่าสินค้าและบริการของธุรกิจตนเองได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษี ถึงแม้ว่าจะปรึกษาหน่วยงานด้านภาษีแล้วก็ตาม

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1657165/businesses-face-difficulties-in-declaring-goods-eligible-for-vat-cut.html

‘เวียดนาม’ เผยภาคธุรกิจและประชาชน หวังให้มีการขยายเวลาลด VAT

จากการยื่นมติเรื่องการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 10% เหลือ 8% ตามมติที่ 110/2023/QH15 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2567 เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนแก่ภาคธุรกิจและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ รวมถึงผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ภาคธุรกิจและประชาชน หวังว่าจะได้รับข้อเสนอและพิจารณาจากการมติของรัฐสภาในการขยายเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ จากการสอบถามประชาชนที่อยู่ในเมืองฮานอย กล่าวว่าตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน การลดภาษีมูลค่าเพิ่มลงเหลือ 8% ช่วยประหยัดการใช้จ่ายซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต

นอกจากนี้ ดร. Lê Đăng Doanh นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าการขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและยังช่วยกระตุ้นการบริโภค สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก นอกเหนือจากการลงทุนและการส่งออกแล้ว การบริโภคในประเทศยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนาม

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1655414/businesses-and-people-expect-vat-cut-extension-to-be-approved.html

‘เวียดนาม’ เผยไตรมาสแรกปี 67 ยอดจัดตั้งธุรกิจทะลุ 36,200 ราย

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติเวียดนาม เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) ยอดการจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 36,200 ราย ทุนจดทะเบียน 332.2 ล้านล้านดอง เพิ่มขึ้น 6.9% และ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) ตามลำดับ และธุรกิจที่กลับมาดำเนินกิจการ จำนวน 23,600 ราย เพิ่มขึ้น 2.4%YoY ในขณะที่ธุรกิจที่ปิดกิจการ จำนวนทั้งสิ้น 53,400 ราย เพิ่มขึ้น 24.5%YoY แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจยังคงเผชิญกับความยากลำบากทั้งในการดำเนินธุรกิจและการผลิต

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/over-36200-new-firms-established-in-q1-post1086036.vov

เมียนมาเข้าร่วมการประชุมโอกาสการลงทุนและธุรกิจที่เวียดนาม

กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา (MoFA) รายงานว่า เมียนมาเข้าร่วมการประชุมเรื่องการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ณ เมืองฮาลอง จังหวัดกว๋างนิงห์ ประเทศเวียดนาม ด้าน U Soe Ko Ko อุปทูตชั่วคราวประจำเวียดนาม เป็นตัวแทนของเมียนมาในงานนี้ตามคำเชิญของหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม อย่างไรก็ดี ก่อนเริ่มการประชุม U Soe Ko Ko ได้พบกับนาย Cao Tuong Huy ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดกว๋างนิงห์ ในระหว่างการหารือ U Soe Ko Ko เสนอการเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีในด้านการค้าและการค้า การเกษตร การท่องเที่ยว และการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม โดยคาดว่าจะครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคีในปีหน้า นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและผู้แทนการค้าจากสถานทูตต่างประเทศในกรุงฮานอยก็เข้าร่วมงานด้วย

ที่มา : https://www.gnlm.com.mm/myanmar-attends-investment-business-opportunities-meeting-in-viet-nam/