เกษตรกรเมียนมาหันไปใช้ปุ๋ยธรรมชาติกันมากขึ้น เพราะปุ๋ยเคมีราคาพุ่งสูง

นาย โก คินวัน ผู้ค้าปุ๋ยเคมีในเมืองตาน-ลยีน ของย่างกุ้ง ได้ให้ข้อมูลว่า การซื้อปุ๋ยเคมีของเกษตรกรในท้องถิ่นลดลงเนื่องจากได้หันไปใช้ปุ๋ยธรรมชาติกันมากขึ้นเพราะปุ๋ยเคมีมีราคาสูง ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 14 ตุลาคม 2565 มีการนำเข้าปุ๋ยกว่า 40,000 ตัน มูลค่า 24.726 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากโอมาน จีน เกาหลีใต้ ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม และมาเลเซีย นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าปุ๋ยมากกว่า 1,000 ตัน มูลค่า 321 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากชายแดน โดยนำเข้าจากจีน 600 ตัน อินเดีย 20 ตัน และไทย 400 ตัน

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/fertilizer-pesticide-prices-slightly-decrease-as-cold-market/#article-title

ที่ประชุมรมว.ระหว่างภูมิภาคฯ ร่วมวางยุทธศาสตร์ฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังการระบาดโควิด-19

รมว.ท่องเที่ยวกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ได้ร่วมหารือให้มีการเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาค ในการประชุมครั้งที่ 5 ของรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมกันวางแผนการท่องเที่ยวหลังการระบาดของโควิด-19 โดยประเทศสมาชิกจะเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย การจัดแคมเปญการตลาด กำหนดมาตรฐานและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย โดย 9 เดือนแรกของปี 2565 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนกลุ่มประเทศ CLMV มีจำนวนมากกว่า 4.7 ล้านคน โดย 2 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวที่เป็นประชากรของ CLMV คิดเป็น 42.5% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสปป.ลาวมากกว่า 600,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในสิ้นปีนี้

ที่มา: https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten216_Region.php

ราคาสินค้าลดฉุดเงินเฟ้อ ‘จุรินทร์’ส่งซิกเดือนตุลาคมเหลือไม่ถึง6%

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ห้างแม็คโคร สาขานครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ว่า สถานการณ์เงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังจากขึ้นไปสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2565 ที่ 7.86% พอมาเดือนกันยายน 2565 ลดลงเหลือ 6.41% ส่วนเดือนตุลาคม 2565 เท่าที่ติดตามและประเมินเบื้องต้น คาดว่าอาจจะไม่ถึง 6% สะท้อนว่าสถานการณ์ราคาสินค้าในภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัวลง ต่างกับหลายประเทศที่ประสบตัวเลขเงินเฟ้อสูงมาก เป็นเพราะรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับเอกชนและหลายฝ่าย ช่วยกันกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ

ที่มา: https://www.naewna.com/business/690440

CDC อนุมัติโครงการการลงทุนในกัมพูชา 2 โครงการ มูลค่า 14 ล้านดอลลาร์

สภาเพื่อการพัฒนาแห่งกัมพูชา (CDC) ได้รับรองโครงการการลงทุนใหม่ 2 โครงการ ด้วยเงินลงทุนรวม 14 ล้านดอลลาร์ โดย CDC อนุมัติโครงการการลงทุนให้แก่ บริษัท New Shui Yat (Cambodia) Co., Ltd. และ Kanjin (Cambodia) Luggage Co., Ltd. ซึ่งบริษัทแรกคาดว่าจะลงทุนใลค่า 8.5 ล้านดอลลาร์ ในการผลิตกล่องกระดาษแข็งในจังหวัดกำปงสปือ ในขณะที่บริษัทที่สองคาดว่าจะลงทุนมูลค่า 5.5 ล้านดอลลาร์ ในการผลิตกระเป๋าและกระเป๋าเดินทางในจังหวัดกันดาล โดยทั้งสองโครงการคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 2,000 ตำแหน่ง ให้กับคนในท้องถิ่น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501180202/two-more-projects-worth-14-million-approved-by-cdc/

กัมพูชาคาดส่งออกข้าวสารไปยังจีนเพิ่มขึ้นในปีหน้า

กัมพูชาคาดจะส่งออกข้าวสารไปยังจีนเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จากการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาคที่ครอบคลุม (RCEP) และข้อตกลงการค้าเสรีกัมพูชา-จีน (CCFTA) ไปเมื่อต้นปีนี้ กล่าวโดย Song Saran ประธานสมาพันธ์ข้าวกัมพูชา (CRF) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (6 พ.ย.) ซึ่งจีนยังคงเป็นผู้นำเข้าข้าวสารรายใหญ่ของกัมพูชาในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ โดยข้อตกลงทางการค้าทั้งสองฉบับดังกล่าวทำให้กัมพูชาเข้าถึงตลาดได้มากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ของกัมพูชา และคาดว่าจะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมข้าวของกัมพูชา เพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออกของกัมพูชา ซึ่งตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม การส่งออกข้าวสารของกัมพูชาไปยังตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 509,249 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 324 ล้านดอลลาร์

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501180448/cambodia-to-export-more-milled-rice-to-china-in-coming-years/

“เวียดนาม” ตั้งเป้าเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ปี 2573

เวียดนามตั้งเป้าที่จะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง พร้อมกับเป็นฐานอุตสาหกรรมที่ทันสมัยภายในปี 2573 สิ่งนี้เป็นหนึ่งในแผนแม่บทระดับชาติสำหรับปี 2564-2573 โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 ซึ่งเพิ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลและให้รอพิจารณาอนุมัติจากสมัชชาแห่งชาติ สำหรับเศรษฐกิจเวียดนามคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 7% ต่อปี ในช่วงปี 2564-2573 และขยายตัว 6.5-7.5% ต่อปี ในช่วงปี 2574-2593 ในขณะเดียวกัน รายได้ประชาชาติต่อหัวเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7,500 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 และขยับสูงขึ้น 27,700-32,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2593 ทั้งนี้ แผนดังกล่าวมุ่งเป้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลระดับชาติ รัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมดิจิทัล โดยเศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนประมาณ 30% ของ GDP นอกจากนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายของแผน เวียดนามจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการขนส่ง พลังงาน ดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ตลอดจนเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อท่าเรือ สนามบิน ประตูชายแดนและศูนย์กลางเศรษฐกิจ

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnam-targets-becoming-an-upper-middleincome-country-by-2030/243290.vnp

ท่องเที่ยวฟื้น บาทอ่อน หนุนส่งออกส่งออกอัญมณีฯเดือนก.ย.โตต่อเนื่อง

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยเดือนก.ย.2565 มีมูลค่า 1,012.59 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 89.49% หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,536.45 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 99.31% และยอดรวม 9 เดือนของปี 2565 มีมูลค่า 6,089.94 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 42.26% และหากรวมทองคำ มีมูลค่า 12,413.75 ล้านเดอลลาร์เพิ่มขึ้น 72.48% ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว หลังจากที่มีการเปิดเมืองในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญหลายตลาด มีการสั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยสต๊อกที่ระบายออกเร็วจากการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่เพิ่มขึ้น

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/business/1035784