บริษัทโทรคมนาคมอีกสองบริษัทเข้าร่วมชิง 5G ในกัมพูชา

ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอีกสองรายในกัมพูชากำลังเตรียมการทดลองนำร่องสำหรับเทคโนโลยีไร้สายรุ่นที่ห้าสำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์ดิจิตอลที่รู้จักกันในชื่อ 5G โดยสิ่งนี้จะทำให้กัมพูชาสามารถเข้าร่วมการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ (อุตสาหกรรม 4.0) ซึ่งกัมพูชาคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตโดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ 3 รายกำลังนำร่อง 5G แล้วและตั้งเป้าที่จะเปิดตัวทั่วประเทศในปีนี้เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล โดย 5G จะช่วยให้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านทางอินเทอร์เน็ตรวมถึงข้อดีอื่นๆ ซึ่งโฆษกหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมของกัมพูชากล่าวว่ามีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 6 รายดำเนินงานและให้บริการใน ตามสถิติของ TRC มีผู้ใช้ซิมการ์ดกว่า 22 ล้านคนใน 6 ผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์มือถือภายในสิ้นปี 2562 รวมถึงจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีจำนวนมากถึง 16.5 ล้านคน โดยเมื่อเร็วๆนี้จีนได้กำหนดโครงการฝึกอบรม 5G แบบกำหนดเองสำหรับเจ้าหน้าที่โทรคมนาคมของกัมพูชาเพื่อให้พวกเขาเข้าใจนโยบายของจีนในการสนับสนุนการพัฒนา 5G และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภายในประเทศ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50679516/two-more-telecom-firms-join-5g-scramble

กัมพูชาวางแผนสร้างสนามบินแห่งใหม่ในจังหวัดเกาะกง

แผนการลงทุนสนามบินแห่งใหม่ได้รับการเปิดเผยในจังหวัดเกาะกงทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงพนมเปญ ปัจจุบันเขตนี้มีสนามบินอยู่สองแห่ง โดยรัฐบาลตกลงที่จะลงทุนสำหรับสนามบินแห่งใหม่ในเขตชุมชน Bakklong อำเภอมนดวลสีมา ตามประกาศของคณะรัฐมนตรี ซึ่งรายงานการลงทุนครั้งนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่ม Ly Yong Phat ในท้องถิ่นกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยสนามบินแห่งใหม่จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ระหว่าง 400-600 เฮกตาร์ในเขตมนดวลสีมา ซึ่งการคิดโครงการที่จะสร้างสนามบินแห่งใหม่เป็นเพราะราคาที่ดินโดยรอบสนามบินแห่งเก่าที่สูงขึ้น บวกกับค่าใช้จ่ายในการจ่ายชดเชยด้านผลกระทบทางสังคมที่สูงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดสนามบินแห่งใหม่ โดยจากข้อตกลงของรัฐบาลจะมีการจัดทำแผนแม่บทในขั้นตอนต่อไป ซึ่งไม่มีการเปิดเผยค่าใช้จ่ายเฉพาะสำหรับสนามบินแห่งใหม่ แต่หากคิดตามการลงทุนที่สนามบินเก่าจะมีต้นทุนในการสร้างสนามบินอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50679398/plans-for-new-airport-in-koh-kong-province-unveiled

เวียดนามมีแรงกดดันต่อการควบคุมเงินเฟ้อ ในปี 2563

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าในปีนี้ การควบคุมเงินเฟ่อและราคาสินค้าจะมีความซับซ้อนและลำบากมากยิ่งขึ้น ด้วยราคาเนื้อหมูที่มีความผันผวนจากปีที่แล้วและกระทบต่อตลาดสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาเนื้อหมูลดลงอยู่ที่ 46,000-50,000 ด่องต่อกิโลกรัม ไปสู่ในระดับที่ต่ำสุดอยู่ที่ 28,000-32,000 ต่อกิโลกรัมในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่แล้ว หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ราคาเนื้อหมูก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อ ซึ่งในเดือนตุลาคม ราคาเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 60-95 เมื่อเทียบกับต้นปีที่แล้ว และในปัจจุบันราคาเนื้อหมูสูงขึ้นมาก อยู่ที่ 160,000-180,000 ต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ จากคำแถลงการณ์ของผู้อำนวยการศูนย์สถาบันเศรษฐกิจศาสตร์-การเงิน เปิดเผยว่าสถานการณ์การพุ่งสูงขึ้นของราคาเนื้อหมูมากกว่าร้อยละ 50 ในไตรมาสที่ 4/62 และควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ต่ำกว่าร้อยละ 4 ในปีนี้ ก็ยังแสดงให้เห็นว่ามีความไม่แน่นอน เมื่อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 5.23 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากสมมติปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่อภาะเงินเฟ้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.5 ในปีนี้

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/571018/a-lot-of-pressure-for-inflation-control-in-2020.html

จำนวนธุรกิจครัวเรือนหันมาเป็นบริษัท ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

จากรายงานของคณะกรรมการประชาชนประจำเมือง เปิดเผยว่าจำนวนผู้ประกอบการครัวเรือนหันมาเปลี่ยนสถานะธุรกิจเป็น “บริษัท” ลดลง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนธุรกิจอยู่ที่ 3,675, 3,380 และ 1,621 ในปี 2560, 2561 และ 8 เดือนแรกของปี 2562 ตามลำดับ ทั้งนี้ ทางประธานชมรมตัวแทนจัดเก็บภาษีเมือง ระบุว่าแม้จะมีความพยายามในการส่งเสริมของรัฐบาล แต่จำนวนผู้ประกอบการที่เกิดขึ้นใหม่ (Startup) และธุรกิจครัวเรือนหันมาเปลี่ยนเป็นบริษัทยังอยู่ในระดับไม่สูงมาก นอกจากนี้ ธุรกิจครัวเรือนส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและเจ้าของธุรกิจมีความสับสนในเรื่องของการทำบัญชีและภาษีที่ซับซ้อน รวมไปถึงไม่เข้าใจนโยบายภาษีอย่างถ่องแท้อีกด้วย และอีกหนึ่งอุปสรรคที่ไม่ให้ธุรกิจครัวเรือนหันมาเป็นบริษัทได้ คือ ภาระการผูกพันตามกฎหมายและต้นทุนทางอ้อมที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ รองประธานคณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กรมสรรพกรของเมืองไปให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการที่เกิดขึ้นใหม่ ในเรื่องของนโยบายภาษีใหม่ และเร่งขอให้สมาคมธุรกิจในโฮจิมินห์ให้ทำงานร่วมกับชมรมตัวแทนจัดเก็บภาษีเมือง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายภาษี

18 ล้านคน นับว่าเป็นตัวเลขทางสถิติส

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/571022/number-of-business-households-turning-into-companies-remains-low.html

นักลงทุนชาวจีนกระตือรือร้นที่จะหาโอกาสการลงทุนในสปป.ลาว

นักธุรกิจจีนมีความสนใจในการลงทุนในด้านต่าง ๆ ในสปป.ลาว โดยเมื่อวันที่ 6 มกราคมมีการประชุมของผู้ประกอบการสปป.ลาวและจีนโดยมีการหารือในรายละเอียดการส่งเสริมผู้ประกอบและการส้รางบรรยากาศที่ดีในการลงทุน ซึ่งเป้าหมายที่นักธุรกิจจีนสนใจจะลงทุนครอบคลุมตั้งแต่ภาคอุตสหกรรมในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงาน การผลิตกระดาษ ไปจนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางพิเศษ โรงพยาบาล และท่าเรือรวมถึงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกด้วย นอกจากนี้การประชุมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจและเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการสปป.ลาวและจีนมีโอกาสในการร่วมทุนในอนาคต ผลของการจัดประชุมครั้งนี้จะทำให้มีนักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนในสปป.ลาวมากขึ้นนอกเหนือจาก เศรษฐกิจที่จะขยายตัวจะรวมถึงการได้เรียนรู้และพัฒนาจากเทคโนโลยีของต่างชาติที่เข้ามาอีกด้วย

ที่มา : http://annx.asianews.network/content/chinese-investors-keen-find-investment-opportunities-laos-111891

สปป.ลาวตั้งเป้าที่จะลดจำนวนคนจนให้เหลือ 5% ในปี 2020

รัฐบาลตั้งเป้าหมายจะยกระดับรายได้ของครัวเรือนให้สูงขึ้นเพื่อลดจำนวนผู้ยากจนในประเทศโดยมีเป้าหมาย 3,200 ครอบครัวในปีนี้และหากทำได้ก็หมายความว่ามีเพียง 4.9% หรือ 60,000 ครอบครัวเท่านั้นที่จะถูกจำแนกว่ายังไม่ได้รับการพัฒนา ตามรายงานของรัฐบาลจะมีการลงทุน 112 พันล้านกีบเพื่อทำตามแผนลดความยากจนของปีที่แล้วและจะมีโครงการในปีนี้อีก 659 โครงการ โดยจะเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนการพัฒนาระบบชลประทานขนาดเล็ก การสร้างโรงเรียน ร้านขายยารวมถึงการฝึกอบรมด้านการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์นอกจากนี้มีการจัดสรรเงิน 137 พันล้านกีบเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนแก่ชุมชน รัฐบาลได้เปิดเผยถึงความสำเร็จในรอบ 9 เดือนของปีที่แล้วว่า 112 หมู่บ้านหรือ 56 %ของเป้าหมายและ 2,209 ครอบครัวหรือ 47.5 %ของเป้าหมายประสบความสำเร็จในการพัฒนา ในปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าที่จะพัฒนาเพิ่มเติมจากเดิมให้ได้ 67% ของเป้าหมายและคาดการณ์ 10 ปีจะแก้ปัญหาความยากจนไปจากประเทศได้

ที่มา : http://annx.asianews.network/content/laos-aims-cut-number-poor-familes-5-2020-111889       

กัมพูชาและเวียดนามพยายามส่งเสริมการค้าผ่านชายแดนระหว่างกัน

ขณะนี้กัมพูชาและเวียดนามเริ่มดำเนินการร่วมกันเกี่ยวกับจุดตรวจชายแดนเพื่อส่งเสริมการการค้าการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะขออนุญาตจากรัฐบาลของพวกเขาในการร่างข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับประตูชายแดนที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการค้าข้ามพรมแดน ซึ่งมองว่าทั้งสองประเทศมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาด่านหรือประตูชายแดนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้นเพื่อจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าบริการและการลงทุนระหว่างจังหวัดชายแดนกัมพูชาเวียดนาม โดยในที่ประชุมเห็นชอบที่จะหาทางพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์การพัฒนาที่แท้จริงในแต่ละท้องที่รวมทั้งสอดคล้องกับกฎหมายและแผนพัฒนาของแต่ละประเทศ ซึ่งปริมาณการค้าระหว่างกัมพูชาและเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปีที่แล้วมีมูลค่าสูงถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลทั้งสองตั้งเป้าไว้ในปี 2563 ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีฮุนเซนเรียกร้องให้มีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมตามแนวชายแดนเวียดนาม

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50679157/cambodia-vietnam-seek-to-promote-border-trade

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของกัมพูชาเริ่มกระบวนการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก

ธนาคาร Acleda จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชาจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกสำหรับแผนการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) ในประเทศกัมพูชา โดยประธาน Acleda Bank และกลุ่มกรรมการผู้จัดการกล่าวว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการคือการแจ้งให้สาธารณชนและนักลงทุนที่มีศักยภาพเข้าใจกระบวนการในการขับเคลื่อนของธนาคาร ซึ่งการเสนอขายหุ้นช่วยให้องค์กรและนักลงทุนสามารถซื้อหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการเสนอขาย รวมถึงมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น โดยเป้าหมายของบริษัทในการระดมทุนในครั้งนี้คือการรวบรวมเงินทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของธนาคารเพื่อพัฒนาและอัปเดตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการลูกค้าทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ซึ่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CSX กล่าวว่านี่เป็นความสำเร็จครั้งใหม่ของ CSX สำหรับธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในท้องถิ่นที่ตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนหน้านี้มีธนาคารเพียงไม่กี่แห่งที่จดทะเบียนใน CSX และพวกเขามุ่งเน้นไปที่ตลาดตราสารหนี้ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อสาธารณะ โดย ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2019 Acleda มีในแง่ของสินเชื่อรวม (3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ,ส่วนทุนรวม (900 ล้านเหรียญสหรัฐ) ,ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศกัมพูชาในแง่ของสินทรัพย์รวม (6.09 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และเงินฝากรวม (4.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ)

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50679003/nations-biggest-commercial-bank-starts-initial-public-offering-process

กสิกรไทยเข้าถือหุ้น 35% ใน A Bank ของเมียนมา

ธนาคารกสิกรไทย (กสิกรไทย) กำลังเตรียมลงทุนในธนาคารเพื่อการพัฒนาเกษตรกรอิรวดี โดยซื้อหุ้น 35% ในธนาคาร A และได้ขออนุมัติจากธนาคารกลางของเมียนมา (CBM) ซึ่งจะช่วยให้ KBank สามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของธนาคาร A เพื่อเข้าถึงทั่วกลุ่มประเทศ CLMVI (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย) และขยายการเข้าถึงธุรกิจในท้องถิ่นและธุรกิจไทย AEC + 3 (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน + จีนญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) โดยการบริการหลักของธนาคาร คือ สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางธุรกิจค้าปลีก และธนาคารดิจิทัล หลังจาก CBM อนุญาตให้ธนาคารต่างประเทศเข้าถือหุ้นในธนาคารในประเทศตั้งแต่มกราคม 62 ธนาคารกสิกรไทยเริ่มมองหาธนาคารที่มีศักยภาพและมีแนวคิดทางธุรกิจที่คล้ายคลึงกันซึ่งก็คือธนาคาร A โดยกสิกรจะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรบุคคลและความสามารถของธนาคารซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/thailands-kbank-acquire-35-stake-myanmars-bank.html