ราคาเนื้อหมูพุ่งสูงขึ้นในรอบ 5 ปี

จากข้อมูลของสมาคมปศุสัตว์เวียดนาม เปิดเผยว่าราคาเนื้อหมูในเวียดนามพุ่งระดับสูงขึ้นอยู่ที่ 71,000 ด่อง (3 เหรียญสหรัฐฯ) ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูแอฟริกา นับว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว ซึ่งทางข้อมูลของบริษัทด้านอาหาร Vissan ระบุว่าราคาเนื้อหมูส่วนใหญ่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ 64,000 ด่องต่อกิโลกรัม (2.76 เหรียญสหรัฐฯ) ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งให้กระทรวง และหน่วยงานในท้องถิ่นและจังหวัด พยายามควบคุมราคาเนื้อหมูให้มีเสถียรภาพ และคุมสต๊อกเนื้อหมูให้เพียงพอไปจนถึงสิ้นปีนี้ หากปริมาณเนื้อหมูไม่เพียงพอ ต้องนำเข้าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง นอกจากนี้ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าปริมาณสุกรลดลงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในเดือนตุลาคม เนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัส

ที่มา: https://e.vnexpress.net/news/business/industries/pork-prices-hit-5-year-high-4008921.html

จีนหนุนสันติภาพในเมียนมา

จีนบริจาคเงินจำนวน 300,000 เหรียญสหรัฐให้กับคณะกรรมาธิการสันติภาพและคณะกรรมการร่วมตรวจสอบการหยุดยิงในเมียนมาเมื่อวันที่ 8 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานสมานฉันท์แห่งชาติและศูนย์สันติภาพ (NPRC) ที่เนปิดอร์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 62 นายซุนกุ้วเซียงผู้แทนพิเศษกระทรวงการต่างประเทศจีนได้หารือร่วมและยังบริจาคเงิน 400,000 เหรียญสหรัฐเพื่อกระบวนการสันติภาพในเมียนมาและมอบเงินเพื่อกระบวนการสันติภาพเป็นจำนวนเงินหนึ่งล้านเหรียญร์สหรัฐ ในการประชุมรัฐบาลจีนได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับกระบวนการสันติภาพและมุ่งมั่นที่จะขยายความช่วยเหลือไปสู่กระบวนการสันติภาพ ล่าสุดได้บริจาคเงิน 800,000 เหรียญสหรัฐและรถยนต์วอลโว่จำนวน 10 คัน

ที่มา: https://elevenmyanmar.com/news/china-donates-money-for-peace

ดุสิตโพล เผยปชช. 60.67 % มองถกอาเซียนได้ประโยชน์เรื่องเศรษฐกิจ

วันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35” ในสายตาประชาชน” จากประชาชนทั่วประเทศ 1,159 คน พบว่าประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในการประชุมครั้งนี้ คือร้อยละ 60.67 การลงนามความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, ประชาชนประทับใจ/พอใจ การประชุมครั้งนี้มากที่สุด, ร้อยละ 46.98 จัดงานสำเร็จด้วยดีเป็นเจ้าภาพที่ดี ไม่มีสถานการณ์วุ่นวาย, ร้อยละ 31.99 มีการลงนามร่วมมือกันผลักดันเรื่องสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง, ร้อยละ 28.64 ผู้แทนแต่ละประเทศมาร่วมงาน ช่วยสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีในภูมิภาคอาเซียน เป็นสิ่งที่ประชาชน “เป็นห่วง/กังวล” จากการประชุมครั้งนี้, ร้อยละ 49.12 ไม่มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้ในการประชุม, ร้อยละ 29.24 ประเทศไทยอาจเสียเปรียบในบางข้อตกลง ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร, ประชาชนได้ประโยชน์จาการประชุมครั้งนี้มากน้อยเพียงใด ร้อยละ 44.35 ได้ประโยชน์อยู่มาก เพราะประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น ร้อยละ 25.80 ได้ประโยชน์มาก เพราะเป็นการกระชับสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น, ร้อยละ 19.41 ไม่ค่อยได้ประโยชน์ และร้อยละ 10.44 ไม่ได้ประโยชน์ จัดการประชุมมาแล้วหลายครั้งแต่ยังเห็นผลช้า และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ที่มา: https://www.matichon.co.th/politics/news_1747282

EXIM Bank แนะผู้ประกอบการหาลู่ทางลงทุน RCEP พร้อมเตรียมกลยุทธ์รับมือตลาดเปิด มองอินเดียมีโอกาสกลับเข้าร่วมกลุ่ม

ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ระบุ จบไปแล้วกับการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 35 ที่ประเทศไทยในฐานะประธานและเจ้าภาพการประชุมอาเซียนตลอดทั้งปี 2562 ซึ่งแม้ว่า RCEP จะยังไม่สำเร็จผลอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์และมีเวลาในการเตรียมพร้อมเพื่อรุกโอกาสการค้าการลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมกลยุทธ์ให้พร้อม โดยเฉพาะด้านการลงทุนที่เปิดกว้างขึ้นจากความตกลง RCEP ซึ่งสำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ควรศึกษาลู่ทางและแสวงหาโอกาสลงทุนในประเทศสมาชิก RCEP โดยอาศัยจุดแข็งของประเทศนั้น อาทิ ความพร้อมด้านแรงงาน และทรัพยากรทางธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกิจการ โดยประเทศสมาชิก RCEP (ไม่รวมอินเดีย) มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันถึง 24.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 29% ของขนาดเศรษฐกิจโลก ขณะที่มีประชากรรวมกันถึงราว 3.6 พันล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนประชากรโลก

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3063988

รัฐบาลเวียดนามวางแผนกู้ยืมเงิน 20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2563

จากรายงานของสมัชชาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เปิดเผยถึงหนี้สาธารณะในปีนี้ และงบประมาณปี 2563 แสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนระดมทุน 460 ล้านล้านด่อง เพื่อชดเชยการขาดดุล และการชำระคืนเงินต้น โดยรองนายกรัฐมนตรี Vuong Dinh Hue กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่าการกู้ยืมเงินเป็นส่วนหนึ่งของแผนงบประมาณ (ระยะเวลา 5 ปี) และแผนงบประมาณประจำปี ในการชำระคืนเงินต้นและเพื่อลดการขาดดุล ซึ่งในช่วงปี 2558-2559 หนี้สาธารณะเวียดนามอยู่ที่ 64.8% ของ GDP ขณะที่ อัตราการชำระเงินนั้นสูงกว่าระดับความปลอดภัย (25%) แตะระดับที่ 27.6% ของงบประมาณภาครัฐทั้งหมด แต่ในปัจจุบัน อัตราหนี้สาธารณะต่อ GDP ลดลงเหลือร้อยละ 56.1 ทั้งนี้ การกู้ยืนเงินกว่า 460 ล้านล้านด่อง ทางคณะกรรมการฯ มองว่าการกู้ยืมเงินดังกล่าว จะต้องทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทางสถาบัน HIDS ระบุว่ารัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข็มงวด เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/vietnamese-government-plans-to-borrow-us20-billion-in-2020-405834.vov

เวียดนามเผยปริมาณนำเข้ารถยนต์ 120,000 คัน ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้

จากข้อมูลของกรมศุลกากรเวียดนาม เปิดเผยว่าปริมาณนำเข้ารถยนต์ของเวียดนามอยู่ที่ 120,000 คัน คิดเป็นมูลค่า 2.66 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 ซึ่งตัวเลขดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 125 และร้อยละ 122 ของมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีปริมาณการนำเข้า 13,000 คัน และมูลค่า 273 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ หน่วยงานกรมศุลกากร ระบุว่าในช่วงเดือนตุลาคม มีการลักลอบข้ามพรมแดน และในระหว่างวันที่ 16 ก.ย. – 15 ต.ค. กรมศุลกากรได้ตรวจสอบคดีลักลอบกว่า 1,396 คดีความ คิดเป็นมูลค่าราว 169.48 พันล้านด่อง (7.29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/vietnam-imports-120000-cars-in-ten-months-405838.vov