ในช่วงครึ่งปีแรกจำนวนนักท่องเที่ยว กว่า 3 ล้านคนมาเยือนยังกัมพูชา

 กัมพูชาให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 3.3 ล้านคน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ซึ่งเพิ่มขึ้น 11.2% ตามข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน เป็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนถึง 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 38% เป็นจำนวนกว่า 38.7% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ลดลงกว่า 20.2% รายงานระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดเสียมเรียบลดลง 8% หรือ 1.2 ล้านคน แต่ในทางตรงกันข้าม พนมเปญและพื้นที่ชายฝั่งทะเลกลับมีจำนวน นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 27% หรือกว่า 2.6 ล้านคน โดยเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 6.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.7% และทางกัมพูชาคาดการณ์ว่าภายในปี 2563 จะมีผู้มาเยือน 7 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50631306/over-3m-tourists-visit-cambodia-in-h1/

รายได้ครึ่งปีแรกของคนกัมพูชาที่ทำงานในเกาหลีใต้สูงถึง 21 ล้านเหรียญสหรัฐ

ชาวกัมพูชาที่ทำงานในเกาหลีใต้ส่งเงินกลับมายังประเทศตนอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านทาง Acleda Bank Plc โดยมีการทำธุรกรรมกว่า 10,880 รายการ โดยแต่ละธุรกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000 เหรียญ ซึ่งปีที่แล้วแรงงานกัมพูชาในเกาหลีใต้ส่งเงินกลับมายังกัมพูชาอยู่ที่ 53 ล้านเหรียญสหรัฐผ่านธนาคาร โดยจากข้อมูลของธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC’s) ข้อมูลชาวกัมพูชาที่ทำงานในต่างประเทศได้ส่งเงินกลับมายังถิ่นของตนเป็นจำนวน 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 11% จากปี 2560 คิดเป็นเงินที่ส่งจากประเทศไทยเป็น 68% และเกาหลีใต้ 21.5%  และจากประเทศอื่นๆอีก 10.5%  ซึ่งตัวเลขแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมีทั้งสิ้น 1,235,993 คน อยู่ในประเทศไทย 1,146,685 คน ในเกาหลี 49,099 คน ในมาเลเซีย 30,113 คน และอื่นๆ

ที่มา : https://www.phnompenhpost.com/business/cambodians-south-korea-send-home-21m-h1

การร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ฯของไทยและกัมพูชา

หน่วยงานกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศกัมพูชาและประเทศไทยได้ประกาศแผนการที่จะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมตลาดทุนภายในประเทศ โดยตกลงว่าจะทำการส่งเสริมและพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ของกัมพูชาทั้งยังเคยลงนามทำ MoU ระหว่าง SECC และ SEC Thailand ขึ้นในปี 2557 และทางกัมพูชาได้เสนอให้มีการลงนามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนและการออก DR การเสนอขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนจะช่วยขยายธุรกิจของผู้ออกตราสาร เพิ่มสภาพคล่อง และเป็นการเข้าถึงนักลงทุนที่มีศักยภาพมากขึ้น โดย CSX ได้เปิดตัวในปี 2555 แต่จนถึงปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนเพียงแค่ 5 บริษัท ซึ่งในไม่ช้า CSX จะทำการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินออกมาเพิ่ม ถือเป็นการสร้างทางเลือกให้กับนักลงทุน และมากไปกว่านั้นจะมีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนแล้วทำ IPO มากยิ่งขึ้น โดยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาตลาด CSX มีการระดมทุนไปแล้วที่ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630865/cambodian-thai-bourse-regulators-to-work-together/

ธนาคาร Mandiri ของอินโดนีเซียเข้าลงทุนในกัมพูชาและสปป.ลาว

ธนาคาร Mandiri ของอินโดนีเซียซึ่งเป็นสถาบันของรัฐได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเข้าสู่ตลาดกัมพูชาและสปป.ลาว และได้จัดตั้งกองทุนการลงทุนขนาดใหญ่ โดยจะทำการศึกษาวิธีที่ดีที่สุดในการเจาะตลาดใหม่ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 ธนาคาร Mandiri เติบโดถึง 11.1% และมีการประกาศจากธนาคารแห่งชาติกัมพูชาซึ่งจะเน้นการเติบโตที่แข็งแกร่งของธนาคารในประเทศและภาคการเงินรายย่อย ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปีสินเชื่อในสาขาธนาคารและสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นประมาณ 22.4%

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630496/indonesias-mandiri-bank-to-enter-cambodia-laos/

บริษัท เดินเรือกังวลเรื่องความหนาแน่นของท่าเรือสีหนุวิลล์

Sihanoukville Autonomous Port (PAS) ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกเพียงแห่งเดียวของกัมพูชาและเป็นหนึ่งในการเชื่อมโยงที่สำคัญที่สุดไปยังโลกภายนอกกำลังประสบปัญหาความออัดซึ่งกลายเป็นแหล่งที่มาของความกังวลสำหรับ บริษัท ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่สำคัญบางแห่ง โดยพูดถึงความแออัดอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อกัมพูชาเนื่องจากความสำคัญของท่าเรือต่อเศรษฐกิจของประเทศมากถึงประมาณ 70% ของการนำเข้าและส่งออกของกัมพูชาผ่านทางท่าเรือ ซึ่งปัญหาอาจยังคงอยู่จนกว่าการก่อสร้างลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ใหม่จะเสร็จสมบูรณ์ โดยเฟสที่หนึ่งของการขยายตัวของพอร์ตซึ่งได้รับทุนจากญี่ปุ่นกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเทอร์มินัลใหม่จะเพิ่มความสามารถในการจัดการคอนเทนเนอร์ของพอร์ตจากปัจจุบัน 700,000 หน่วยเทียบเท่าเท้า (TEUs) เป็น 1.29 ล้าน TEUs ภายในปี 2566

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630492/shipping-companies-concerned-over-congestion-at-pas/

สนามบินเล็งเห็นการเติบโตของผู้โดยสารในช่วงครึ่งปีแรกของกัมพูชา

สนามบินนานาชาติทั้ง 3 แห่งของกัมพูชามีการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารในช่วงหกเดือนแรกของปีเนื่องจากมีเส้นทางบินใหม่เชื่อมต่อราชอาณาจักรไปยังจุดหมายปลายทางทั่วเอเชีย จากรายงานตัวของสนามบิน Vinci ผู้ถือหุ้นหลักในสนามบินกัมพูชารวมถึงสนามบินทั้ง 3 แห่งได้รองรับผู้โดยสารถึง 6 ล้านคนในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยสนามบินทั้ง 3 แห่งเป็นเที่ยวบินโดยสารพาณิชย์ทั้งหมด 56,346 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 9.1% ซึ่งผลการดำเนินการของสายการบินในกัมพูชาเติบโตถึง 25.1% ในไตรมาส 2 และรัฐบาลกัมพูชาคาดหวังว่าจะมีการเปิดเส้นทางใหม่ในปีหน้าเพื่อเชื่อมต่อกัมพูชาไปยังอินเดียและรัสเซียรวมถึงประเทศในตะวันออกกลาง และจุดหมายปลายทางใหม่ในประเทศจีน โดยตัวเลขการรองรับผู้โดยสารขาเข้าในปีที่แล้วอยู่ที่ 10 ล้านคน

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630544/airports-see-strong-passenger-growth-in-h1/

กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรปร่วมมือกับกัมพูชาปลดล็อกการท่องเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวและสำนักงานพัฒนาแห่งฝรั่งเศส (AFD) ร่วมมือกันจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว 3 จังหวัดในกัมพูชา ได้แก่เมือง กำปอต ,พระตะบอง และกระแจะ โดยพยายามพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งในระหว่างการประชุม AFD ได้รับคำแนะนำจากกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการซึ่งจะจัดทำโดยหน่วยงานของฝรั่งเศส โดยทั้ง 3 เมืองข้างต้นมีแหล่ง ท่องเที่ยวที่ดีคือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แต่ยังด้อยพัฒนาอยู่ ซึ่งทั้ง กำปอต ,พระตะบอง ,และกระแจะ มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมเพราะเคยเป็นเมืองอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนทั้ง 3 จังหวัดถึง 2.6 ล้านคน และนอกเหนือจากการช่วยเหลือในด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลฝรั่งเศสผ่าน AFD แล้วรัฐบาลฝรั่งเศสยังช่วยกัมพูชาในด้านการพัฒนาภาคการประมง ,การเกษตร ,พลังงาน และด้านสุขภาพอีกด้วย

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630273/ministry-afd-team-up-to-unlock-provinces-tourism-potential/

องค์กรใหม่เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างญี่ปุ่นและกัมพูชา

องค์กรที่พยายามส่งเสริมความสัมพันธ์ทางธุรกิจและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งระหว่างญี่ปุ่นและกัมพูชาเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีรายงานว่า Mr.Kimura ตัดสินใจจัดตั้ง JCBC หลังจากมีการหารือกับMr.Rachana หลังจากที่เขาไปเยี่ยมกัมพูชาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีองค์กรมิตรภาพในกัมพูชา – ญี่ปุ่นอย่างน้อย 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมมิตรภาพญี่ปุ่น – กัมพูชา (JCA) ,สมาคมมิตรภาพโทยามะ – กัมพูชา (TCFA) และสมาคมมิตรภาพมิตรภาพญี่ปุ่น – กัมพูชา (WJCFA) การเปิดตัว JCBC นั้นคาดว่าจะสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกัมพูชาและญี่ปุ่นซึ่งเป็นแหล่งความช่วยเหลือและการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดสำหรับกัมพูชา ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นกว่า 1,500 บริษัท ดำเนินงานอยู่ในประเทศกัมพูชา และได้มีการช่วยเหลือจากทางญี่ปุ่นไปยังกัมพูชาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากว่า 720 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630252/new-organisation-to-boost-japan-cambodia-business-ties/

ส่งออกกัมพูชาไปสหรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก

การส่งออกของกัมพูชาไปยังสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งปีแรกมูลค่าเกินกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งข้อมูลล่าสุดมาจากทางรัฐบาลสหรัฐ โดยการส่งออกของกัมพูชาขยายตัวกว่า 30% ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งสหรัฐสั่งซื้อสินค้าจากกัมพูชามูลค่า 2.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ และทางกัมพูชานำเข้าสินค้าจากสหรัฐมูลค่า 264 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วการค้าระหว่างกัมพูชาและสหรัฐอเมริกามีมูลค่าถึง 4.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับชวงเดียวกันของปีที่แล้ว มูลค่าการส่งออกของกัมพูชาไปยังสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในเดือนกรกฎาคม 2559 กัมพูชาได้รับสิทธิพิเศษสำหรับการส่งออกสินค้าบางชนิดไปยังสหรัฐฯ โดยไม่มีการเสียภาษีภายใต้โครงการ Generalized System of Preferences (GSP) ในปี 2561 กัมพูชาส่งออกสินค้าภายใต้ GSP มูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินของกัมพูชา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50630230/exports-to-us-soar-in-h1/

เปิดศูนย์กระจายและจัดส่งผักในเมืองกันดาลประเทศกัมพูชา

จังหวัดกันดาลได้เปิดตัวศูนย์การจัดส่งผัก ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยของอาหารและจัดหาตลาดสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ โดยศูนย์แห่งนี้เป็นแห่งแรกในประเทศกัมพูชาถูกสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคจากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านโครงการ “Kusanone” มีห้องปฏิบัติการขนาดเล็กเพื่อตรวจสอบสารกำจัดศัตรูพืชเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่ออกสู่ตลาดมีความปลอดภัย ความหวังคือจะช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมเรื่องของความปลอดภัยของอาหารและกลายเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างญี่ปุ่นและกัมพูชา ซึ่งทางรัฐบาลกัมพูชาเน้นย้ำว่าจะดำเนินโครงการปฏิรูปที่ครอบคลุมเพื่อปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย ซึ่งอุตสาหกรรมเกษตรในกัมพูชาได้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยจะนำมาตรฐานอุตสาหกรรมชุดใหม่ในภาคการเกษตรมาใช้ในไม่ช้า ที่เรียกกันว่า “CamGap” เพื่อให้เห็นถึงคุณภาพของสินค้าเกษตรในประเทศกัมพูชา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50629110/vegetable-shipping-centre-opens-in-kandal/