เวียดนามเผยภาคอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์มีการเจริญเติบโตสูง

จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกเวียดนาม (AVR) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและบรรจุหีบห่อเวียดนาม มีอัตราการขยายร้อยละ 15-20 ต่อปี และยังสามารถเติบโตได้อีกในหลายๆ ปีข้างหน้า หากแบ่งประเภทอุตสาหกรรมดังกล่าว พบว่ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม มีสัดส่วนการบริโภคต่อเดือนมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35 ของการบริโภครวม และสามารถประเมินได้ว่าการใช้จ่ายในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มต่อปี จะมีสัดส่วนร้อยละ 15 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในขณะที่องค์กร IMS Health ระบุว่าเวียดนามติดอยู่ อันดับที่ 17 ของตลาดยาทั่วโลก และเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่มีการเติบโตสูงที่สุดร้อยละ 10 ต่อปี ในอุตสาหกรรมยา นอกจากนี้ คาดว่ากลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอางจะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และทำให้อุตสาหกรรมบรรจุหีบห่อมีแนวโน้มที่ดีมากขึ้น

ที่มา :   https://english.vov.vn/economy/vietnams-food-processing-packaging-sector-thriving-403575.vov

เวียดนามเผยมูลค่าการส่งออกสินค้าไปยังอิตาลีพุ่งสูงขึ้น

จากข้อมูลของสำนักงานศุลกากรเวียดนาม เปิดเผยว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2562 การส่งออกสินค้าชองเวียดนามไปยังประเทศอิตาลี เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.1 เมื่อเทียบกับสัดส่วนการขยายตัวของการส่งออกโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ขนาดของมูลค่าการส่งออกของเวียดนามไปยังอีตาลี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.3 ของมูลค่าการส่งออกโดยรวม แสดงให้เห็นว่ากลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดอันดับที่ 18 ของโลกที่มีการส่งออกสินค้าไปยังอิตาลี ด้วยข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรป (EVFTA) และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วๆนี้ ทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าเวียดนามไปยังตลาดสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องมาจากภาษีนำเข้าที่ลดลง ในขณะที่ เวียดนามส่งออกสินค้ากว่า 18 รายการ ไปยังอีตาลี คิดเป็นรายได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมี 7 รายการสินค้าที่ประกอบด้วย โทรศัพท์และชิ้นส่วน เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า กาแฟ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยโทรศัพท์และชิ้นส่วนประกอบมีสัดส่วนส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมาก รองลงมาเครื่องนุ่มห่ม และรองเท้า ตามลำดับ

ที่มา: https://english.vov.vn/economy/vietnamese-exports-to-italian-market-enjoy-vast-increase-403562.vov

ทยควง 4 ชาติร่วม’China-Asean Forum’ หวังผนึกกำลังร่วมกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว

ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ มณฑล กวางสี  เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้จัดการประชุมด้านวัฒนธรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ 14 “The 14 th  China-Asean Cultural Forum” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับ การสื่อสารเชิงลึกและการคิดเชิงปะทะสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือ ด้านการท่องเที่ยวระหว่างจีน – อาเซียน โดยมีตัวแทนภาครัฐบาล ทั้งจีน อีก 5 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และภาคเอกชน ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-อาเซียน เพื่อแบ่งปันแนวปฏิบัติในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ด้านรองผู้ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะของกัมพูชาเชื่อว่า “One Belt One Road” ไม่เพียง แต่จะส่งเสริม การบูรณาการและการพัฒนาของจีนและอาเซียน แต่ยังส่งเสริมวัฒนธรรมเอเชียไปทั่วโลก “One Belt One Road” ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศในเอเชีย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/nnd/3045081

บริษัทเกาหลีใต้ลงทุน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการทำระบบไร้เงินสดในเวียดนาม

บริษัทโซลูชั่นทางการเงิน Alliex ได้ลงทุนจัดทำระบบการขายหน้าร้าน (POS) ในเวียดนาม ด้วยมูลค่าราว 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และวางระบบการติดตั้งอุปกรณ์รวม 600,000 เครื่อง ในอีก 5 ปีข้างหน้า และทางบริษัทฯ ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น ในการดำเนินระบบ และเพิ่มคุณสมบัติของระบบดังกล่าว ได้แก่ QR-Code, Contactless payment (การชำระเงินเพียงแค่แตะบนบัตรเครดิต/เดบิต) และ Biometrics (การดึงข้อมูลทางชีวภาพ) เป็นต้น ซึ่งระบบ POS จะทำให้สามารถลดเงินสดหมุนเวียนได้ และต้นทุนการทำธุรกรรม รวมไปถึงช่วยประหยัดเงินในการเสียภาษี และทำให้การชำระเงินรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ จะทำให้เวียดนามขยับมาเป็นสังคมไร้เงินสด ในขณะที่ จากข้อมูลสถิติของบริษัทวิจัยท้องถิ่น ระบุว่าในปี 2560 การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ด้วยมูลค่า 6.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าศักยภาพของสังคมไร้เงินสดเวียดนามจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็นผลมาจากกลุ่มชนชั้นกลางที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโทรคมนาคมที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ที่มา : https://e.vnexpress.net/news/business/companies/south-korean-firm-to-invest-700-mln-towards-cashless-payment-in-vietnam-3985143.html

นครบิ่ญถ่วนจำเป็นต้องมีการบริหารในด้านการก่อสร้าง

จากคำแถลงการณ์ของรองนายกรัฐมนตรี ณ วันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่าในจังหวัดบิ่ญถ่วนทางตอนใต้ของเวียดนาม จำเป็นต้องให้ความสำคัญในด้านการบริหารการก่อสร้างภูมิภาคนี้ ซึ่งต้องรับมือกับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมในการลงทุน และนโยบายให้มีความน่าดึงดูดต่อนักลงทุน รวมไปถึงในจังหวัดดังกล่าว มีศักยภาพทางด้านแหล่งพลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และการท่องเที่ยวสีเขียว ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจของนักลงทุน และสามารถขยายด้านการท่องเที่ยวให้ควบคู่กับเทคโนโลยีทางการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์จากการท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น นอกจากนี้ ภายในงานประชุมได้นำเสนอจุดแข็ง ศักยภาพ และโครงการสำคัญในจังหวัดบิ่ญถ่วน มีโครงการลงทุนกว่า 11 โครงการ ด้วยมูลค่า 23 พันล้านล้านด่อง ในขณะเดียวกัน มีอนุมัติการลงทุน 14 โครงการ ด้วยมูลค่าต่อภาคประมาณ 20.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/binh-thuan-needs-to-become-constructive-administration-deputy-pm/160863.vnp

11 เดิอนมูลค่าค้าชายแดนเมียนมาสูงถึง 9.4 พันล้านเหรียญ

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์เมียนมามีรายได้มากกว่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐจากการค้าชายแดนในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับปีก่อน มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างวันที่ 1 ต.ค.ถึง 6 ก.ย.ในปีงบประมาณปัจจุบัน 61-62 มีมูลค่าถึง 9.464 พันล้านเหรียญสหรัฐในขณะที่ปีที่แล้วมีมูลค่ารวม 8.434 พันล้านเหรียญสหรัฐ ค้าชายแดนส่วนใหญ่จะเป็นจีนคือมีมูลค่ามากกว่า 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ลดลง 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับปีก่อน มูลค่าการค้าชายแดนที่นะบูแหล่ / Htikhee ที่ค้าขายกับไทยมีมูลค่า 2.318 พันล้านเหรียญสหรัฐมีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า เพื่อเป็นส่งเสริมการค้าต้องปรับปรุงทั้งด้านปริมาณและคุณภาพในการนำเข้า ซึ่งจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าทุนที่สามารถสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ที่มา : https://elevenmyanmar.com/news/border-trade-value-reaches-over-94-bn-in-11-months

CLMVT เน้นการปกป้องสิทธิแรงงาน

จากการหารือประชุมของความร่วมมือครั้งที่ 3 ระหว่างประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ในวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อ “การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติในประเทศ CLMVT” โดยสปป.ลาวยังคงร่วมมือในการปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติในกรุงเสียมราฐในประเทศกัมพูชา ซึ่งจากข้อมูลดร.คำเพ็ญ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ ระบุว่าสปป.ลาวให้ความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติ และดำเนินตามนโยบายคุ้มครองสังคมแห่งชาติ ซึ่งทำให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิในการเจรจาต่อสภาพการทำงานได้ และเมื่อทำงานอยู่ในต่างประเทศ จะได้รับสิทธิให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน นอกจากนี้ แรงงานยังสามารถพัฒนาทางด้านความปลอดภัย ด้วยการประกันสังคม รวมไปถึงทั้ง 5 ประเทศในกลุ่มอาเซียน เห็นด้วยว่าจะดำเนินตามกรอบกฎหมายและร่วมมือในการสนับสนุนด้านประกันสังคมของแรงงานข้ามชาติ

ที่มา : http://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_CLMTV_211.php

Reed Smith สนับสนุนข้อตกลงพลังงาน 2,400 เมกะวัตต์กับสปป.เทศลาว

ข้อตกลงด้านพลังงานที่สำคัญซึ่งได้ลงนามเมื่อต้นเดือน โดย Electricité du Cambodge (EDC) และผู้ให้บริการไฟฟ้าอิสระสองรายในประเทศสปป.ลาว ซึ่งการลงนามในข้อตกลงสำคัญระหว่าง EDC และผู้ให้บริการไฟฟ้าสองรายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คือ​บริษัท Xekong Thermal Power Plant จำกัด และ บริษัท TSBP Sekong Power and Mineral Limited ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของสิงคโปร์ Kohe Hasan และ Bree Miechel ให้การจัดการด้านพลังงานแก่กัมพูชาระยะเวลา 30 ปีในอัตรา 7.7 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง โดยเริ่มจากการถ่ายโอนพลังงานในปี 2567 จะทำการซื้อ 300 MW ในปี 2568-2569 เพิ่มขึ้นเป็น 600 MW และในปี 2570 เพิ่มเป็น 900 MW บนพื้นฐานความต้องการและการเติบโตอย่างรวดเร็วในกัมพูชาคิดเป็น 17-20% ในแต่ละปี

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50645407/reed-smith-supports-2400-mw-energy-deal-with-laos/

กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาเซ็นสัญญาการท่องเที่ยวกับกลุ่มชาวจีน

กระทรวงการท่องเที่ยวและสถาบันการศึกษาสามแห่งจากมณฑลกวางสีของจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือการฝึกอบรมด้านการท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะการพัฒนาขีดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ซึ่งการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมการฝึกอบรมวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวในโรงเรียนกัมพูชา โดยเชื่อว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้เพิ่มจำนวนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเป็น 1.2 ล้านคนภายในปี 2568 ซึ่งในปัจจุบันมีคนงานประมาณ 800,000 คนในภาคการท่องเที่ยว แต่ส่วนใหญ่ต้องการการรับรองทักษะบางประเภทผ่านการฝึกอบรม โดยกัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 7 ล้านคนในปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 6.2 ล้านคนในปีที่แล้ว ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกกัมพูชาได้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 3.3 ล้านคน โดย 1.2 ล้านคนมาจากจีนที่เพิ่มขึ้นถึง 38%

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50645420/ministry-signs-tourism-pact-with-chinese-groups/

สินค้าเวียดนามบุกตลาดไทย

จากข้อมูลภายในงาน Vietnamese Week in Thailand 2019 ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งรูปแบบภายในงานครั้งนี้ คือ “Taste of Vietnam” ร่วมกับผู้ประกอบการเวียดนาม 45 คน เพื่อส่งเสริมสินค้าเวียดนามในประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมไปถึงสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตท้องถิ่นเวียดนาม ให้สามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศไทยได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ของกิจกรรมดังกล่าว เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการเวียดนามได้มีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายภายในปี 2563 รวมไปถึงรัฐบาลเวียดนามช่วยส่งเสริมระบบการค้าปลีกระหว่างประเทศ รวมไปถึงประเทศไทยอีกด้วย และเมื่อเร็วๆนี้ ทางกลุ่มเซ็นทรัลเวียดนามได้จับมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ในการวิจัยการตลาด, คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ เพื่อให้สามารถเจาะตลาดไทยได้ โดยจะมีหลักสูตรฝึกอบรบในการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิตในท้องถิ่นเวียดนาม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะหรือเอกลักษณ์ ให้เหมาะสมกับตลาดไทย ในขณะที่ กิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้เห็นถึงมุมมองหรือวิสัยทัศน์ของกลุ่มเซ็นทรัลเวียดนาม ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตชาวเวียดนามได้ดีขึ้น และทางรองนายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวว่าภายในงานครั้งนี้ จะได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม กับกลุ่มเซ็นทรัล ในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน นอกจากนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการค้ารวมของทั้งสองประเทศอยู่ที่ 10.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/535608/vietnamese-goods-shine-in-thailand.html#SElP96SitDGqh24f.97