โรงแรมซูเล แชงกริลา ย่างกุ้ง อ่วม โควิดฯ พ่นพิษ ปิดให้บริการเป็นเวลา 9 เดือน

Shangri-La Group ได้ประกาศในวันนี้ (13 มกราคม) ว่าจะปิดทำการโรงแรมซูเล แชงกริลา ย่างกุ้ง ชั่วคราวเป็นเวลาเก้าเดือนนับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 64 เป็นต้นไป โดยช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมาโรงแรมได้ลดต้นทุนเพื่อลดผลกระทบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนรวมถึงการตัดสินใจในการปรับปรุงปรับการทำงานของพนักงานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมากล่าว อย่างไรก็ตามบริษัทได้ตัดสินใจปิดโรงแรมเนื่องจากธุรกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยเปิดโรงแรมอีกครั้งในเวลา 9 เดือนเมื่อธุรกิจเริ่มฟื้นตัว แขกและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมจากการยกเลิกทั้งหมด ทั้งนี้ในช่วงปิดโรงแรมพนักงานส่วนใหญ่ยังคงได้รับเงินเดือนค่าจ้างแม้จะไม่ได้เข้ามาทำงาน โรงแรมให้บริการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 และเดิมชื่อ Traders Hotel เป็นอาคารสูงที่สุดในเมียนมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ถึง พ.ศ. 2542 โรงแรมมี 466 ห้องได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมซูเลแชงกรีลาย่างกุ้งในปี พ.ศ. 2557 โดย Shangri-La Hotels and Resorts  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือ Shangri-La ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้แบรนด์ Shangri-La, Kerry, Jen และ Traders กลุ่ม Shangri-La ก่อตั้งโดยรชาวฮ่องกงคือ Mr. Robert Kuok ในปี พ ศ. 2514

ที่มา : https://www.mmtimes.com/news/sule-shangri-la-hotel-yangon-close-nine-months.html

กัมพูชาลดหย่อนภาษีเงินได้ 4 เดือนสำหรับโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ในเสียมเรียบ

นายกรัฐมนตรีฮุนเซนประกาศเมื่อวานนี้ว่าโรงแรมและเกสต์เฮาส์ที่จดทะเบียนทั้งหมดในเสียมเรียบจะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจที่กำลังประสบกับปัญหาผู้เข้าพักลดลงเนื่องจากการแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรนาที่รู้จักกันในชื่อ Covid-19 ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวในเสียมเรียบ โดย Covid-19 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวในกัมพูชาโดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมากัมพูชาในเดือนนี้ลดลงประมาณ 60% และโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปกว่า 90% ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือธุรกิจการท่องเที่ยวในเสียมเรียบ ซึ่งมาตรการดังกล่าวตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้โรงแรมและเกสต์เฮาส์ดำเนินงานต่อไปได้ โดยรักษาตำแหน่งงานและความสามารถในการแข่งขันไว้

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50694704/four-month-tax-break-for-hotels-and-guesthouses-in-siem-reap

นักลงทุนต่างชาติเล็งเห็นโอกาสทำธุรกิจโรงแรมในเวียดนาม : JLL

จากข้อมูลของบริษัทให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ (JLL) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเวียดนามมีการเติบโต และเป็นพลังงานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งผลไปในทิศทางที่เป็นบวกต่อโรงแรมและรีสอร์ท แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งตลาดโรงแรมเวียดนามจะเข้าสู่ Industry Renaissance ผลักดันส่วนครองตลาดของธุรกิจให้ขยายโรงแรมไปยังทั่วประเทศ สำหรับปัจจัยอื่นๆ เช่น การยกเว้นวีซ่า การแนะนำเส้นทางสายการบินใหม่ และการปรับปรุงด้านการตลาด เป็นต้น ล้วนกระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ นักลงทุนต่างชาติเล็งเห็นโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าเดิมในเวียดนาม ผ่านการประเมินของสินทรัพย์จากการดำเนินงาน ด้วยกระแสเงินสด แต่นักลงทุนในประเทศส่วนใหญ่มีความสนใจในการพัฒนาตัวโรงแรมและรีสอร์ทจากที่ดินว่างเปล่า นอกจากนี้ เมื่อมองดูภาพรวมของกรุงโฮจิมินห์ซิตี้ ใน่ชวงตั้งแต่เดือน ก.ย. 62 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวประจำปี

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/foreign-investors-eye-hotels-in-vietnam-jll-406054.vov

5 เดือนแรกการก่อสร้างโรงแรมและเกสต์เฮาส์ 22 ในย่างกุ้งได้รับการอนุมัติ

ย่างกุ้งอนุมัติการก่อสร้างโรงแรมและเกสต์เฮาส์ในย่างกุ้ง 22 แห่งภายในห้าเดือนมีมูลค่า 130,161 ล้านจัตและ 238.29 ล้านเหรียญสหรัฐ โรงแรม 37 แห่ง ใบอนุญาตชั่วคราวโรงแรม 9 ใบอนุญาตเกสต์เฮาส์ 19 โรงแรมมีห้องพัก 2,360 เกสต์เฮาส์ 3 แห่ง ใบอนุญาตการท่องเที่ยว 315 ใบอนุญาตนักท่องเที่ยว 121 ใบและใบอนุญาตการท่องเที่ยวต่างประเทศ 128 ใบ แบ่งเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ 5,490 ล้านจัต และ 25.22 ล้านเหรียญสหรัฐ การลงทุนร่วมมีมูลค่า 213.07 ล้านเหรียญสหรัฐและการลงทุนจากเมียนมาเอง 124,221 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถสร้างงานในเขตย่างกุ้งได้ถึง 2,943 ตำแหน่ง กันยายนที่ผ่านมาคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวภูมิภาคย่างกุ้งอนุมัติใบอนุญาตโรงแรม 4 ใบ ใบอนุญาตเกสต์เฮาส์ โรงแรมที่มีขนาดห้องพัก 224 ห้องและใบอนุญาตท่องเที่ยวภายในประเทศ 39 ใบ

ที่มา : https://elevenmyanmar.com/news/construction-of-22-hotels-and-guesthouses-approved-in-yangon-within-five-months

ธุรกิจโรงแรมหวั่นถูกย้ายหลังพุกามขึ้นทะเบียนมรดกโลก

วันที่ 6 กรกฎาคม 62 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ยกให้พุกามเป็นมรดกโลกภายหลังได้มอบให้กับกลุ่มเมืองโบราณอาณาจักรพยู เมืองโบราณศรีเกษตร เมืองฮาลิน และเมืองเบกถาโน ในปี 57 ซึ่งเมืองโบราณมีเจดีย์ที่หลงเหลือกว่า 3,500 แห่งตอนนี้รัฐบาลและประชาชนต้องร่วมมือกันอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีและต้องย้ายโรงแรมไปยังโซนที่จัดไว้โดยเฉพาะภายในปี 71 หากล้มเหลวสถานะจะถูกเพิกถอน จากข้อมูลมีโรงแรมมากกว่า 300 แห่งในพุกามส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีห้องพักเพียง 30 ถึง 50 ห้อง ซึ่งราคาของหลายโรงแรมมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์และเป็นที่ดินของตัวเองซึ่งเป็นการยากที่จะชดเชยสำหรับธุรกิจ ภายหลังพุกามถูกยกสถานะคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเห็นได้จากสายการบินอย่างบางกอกแอร์เวย์ที่สนใจเปิดเส้นทางบินไปยังพุกาม คาดว่าดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 300,000 คนต่อปีตั้งแต่ปี 54 จนถึงปีนี้ มีจำนวน 200,000 คนที่มาเยี่ยมชมพุกาม ดังนั้นการจัดโซนโรงแรมขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างรัฐบาลและยูเนสโก

ที่มา : https://www.mmtimes.com/news/concerns-may-emerge-when-bagan-hotels-businesses-are-forced-move.html