กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาหารือญี่ปุ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

กัมพูชาและญี่ปุ่นได้ร่วมประชุมระหว่างกันเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการส่งเสริมโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในกัมพูชา โดยอธิบดีกระทรวงการท่องเที่ยวด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้จัดการประชุมทางวิดีโอกับ Naoya Okada ผู้แทนจากสถานทูตญี่ปุ่น และ Katsuhito Nabeshima ผู้ก่อตั้งบริษัท Yamato Green Co. Ltd. ซึ่ง Yamato Green ถือเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงการเกษตรในกัมพูชา ยกระดับคุณภาพอาหารและความปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมผลิตผลในท้องถิ่นในต่างประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและ Yamato Green ตกลงที่จะร่วมพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ให้เกิดความหลากหลาย ในด้านของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวตามธรรมชาติ การท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งกระทรวงกำลังเตรียมโครงการนำร่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในจังหวัดกำปงธม และโครงการปลูกพืชไร่ปลอดสารพิษ โดยภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 23 ของ GDP ซึ่งรัฐบาลกล่าวว่าภาคส่วนนี้จะเพิ่มอีกร้อยละ 1.6 ในปี 2021

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50916487/tourism-chief-holds-talks-with-japan-on-boost-to-agri-tourism/

ญี่ปุ่นเจรจาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรภายในกัมพูชา

กัมพูชาและญี่ปุ่นร่วมหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การพัฒนาและการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวหลังสิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 โดยอธิบดีกรมการพัฒนาการท่องเที่ยวกัมพูชาร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่น ได้จัดการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาหลังสิ้นสุดการระบาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าการฟื้นตัวจะได้รับการส่งเสริมโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่ ภายใต้ Green Belt ตลอดจนการส่งเสริมมูลค่าเพิ่มในการท่องเที่ยว ด้วยความร่วมมือนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวจึงได้จัดทำโครงการนำร่องการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเทคนิคการเพาะปลูกสมัยใหม่ในอำเภอบาราย จังหวัดกำปงธม ซึ่งเป้าหมายของโครงการคือการศึกษาและค่อยๆ พัฒนาภาคการท่องเที่ยวเชิงเกษตรผ่านการปลูกผักและผลไม้ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นอีกด้วย

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50915060/cambodia-and-japan-in-talks-to-promote-agro-tourism-and-recovery-of-tourism-sector-post-pandemic/

กัมพูชาเร่งวางแผนระบบอาหารที่ยั่งยืนภายในประเทศ

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) กำลังเร่งร่างแผนระดับชาติ สำหรับระบบอาหารที่ยั่งยืน (SFS) ของกัมพูชา ในแผนงานปี 2030 เพื่อส่งเสริมภาคส่วนนี้ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งการประชุมเพื่อตรวจสอบร่างสุดท้ายของ Roadmap เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การนำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง MAFF และรองประธานสภาเพื่อการพัฒนาการเกษตรและชนบท (CARD) โดยมีผู้แทนจาก 13 กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม และสถาบันต่างๆ ตลอดจนพันธมิตรด้านการพัฒนา เช่น FAO, ADB, WB, WHO, GIZ และ UNICEF ซึ่งแผนงานมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงในระบบอาหาร ภายใต้คุณค่าทางโภชนาการที่มีมาตรฐาน มีความหลากหลายทางด้านผลิตภัณฑ์การเกษตร นำไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มขึ้นของเกษตรกรรายย่อย ไปจนถึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบุคคลเปราะบางภายในประเทศ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50915722/drafting-of-national-roadmap-for-cambodias-sustainable-food-systems-accelerated/

กัมพูชาส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 37 ในช่วง 7 เดือนแรกของปี

กัมพูชาส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 37.26 ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยสินค้าประเภทเสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์การเดินทางเป็นหลัก โดยกัมพูชาทำการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯมูลค่ารวมกว่า 209 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นยานพาหนะ อาหารสัตว์ และเครื่องจักร คิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.62 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2020 ซึ่งในระยะถัดไปสหรัฐฯ จะขยายระบบ Generalized System of Preferences (GSP) โดยทำการลดภาษีสินค้านำเข้าจากกัมพูชา เป็นการช่วยกระตุ้นการส่งออกของกัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่าเศรษฐกิจกัมพูชามีโอกาสจะเติบโตร้อยละ 2.5 ในปีนี้ ภายใต้การส่งออกของสินค้าเกษตรที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่การท่องเที่ยวจะยังคงไม่ฟื้นตัวจนกว่าอัตราการฉีดวัคซีนภายในประเทศจะถึงร้อยละ 80 ของประชากร ที่ทางกัมพูชาได้กำหนดไว้ในการเปิดประเทศ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50914249/exports-to-us-jump-more-than-37-percent-imports-also-gain-january-to-july/

ครึ่งปีแรก กัมพูชาให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงถึงร้อยละ 91.3

กัมพูชาให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 102,560 คน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2021 ลดลงถึงร้อยละ 91.3 จาก 1.18 ล้านคน ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รายงานโดยกระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งรายงานระบุว่านักท่องเที่ยวจากประเทศไทย จีน และเวียดนาม ถือเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังกัมพูชามากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนปีนี้ โดยปัจจุบัน มีสายการบิน 18 แห่ง ที่เปิดทำการบินทั้งขาเข้าและขาออกจากกัมพูชา คิดเป็นจำนวน 1,089 เที่ยวบิน ลดลงร้อยละ 89.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ณ วันที่ 10 ส.ค. กัมพูชาได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 8.39 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 52.48 ของประชากรทั้งหมด

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50914293/foreign-traveler-arrivals-to-cambodia-down-91-3-pct-in-h1-due-to-covid-19-tourism-may-reopen-in-december/

เวียดนามวางแผนเพิ่มปริมาณการค้ากับจังหวัดชายแดนกัมพูชา

เวียดนามวางแผนเพิ่มปริมาณการค้ากับกัมพูชาผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อกิจกรรมการค้าและการแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านชายแดนระหว่างจังหวัดยาลายของเวียดนาม ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา โดยเวียดนามจัดตั้งโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมชายแดนระหว่างประเทศในช่วงปี 2025-2030 ซึ่งนอกจากจะคาดหวังปริมาณการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองประเทศยังคาดหวังถึงการดึงดูดนักลงทุนและการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในการก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระหว่างชายแดน ที่นอกเหนือจากงบประมาณของทางภาครัฐจัดสรรให้ โดยคาดว่าในอีกไม่นานจะเกิดการสนับสนุน การแลกเปลี่ยนและเกิดการหมุนเวียนของสินค้าระหว่างกัน รวมถึงข้อตกลงความร่วมมืออื่น ๆ ระหว่างพื้นที่ชายแดนของจังหวัดยาลาย (เวียดนาม) และจังหวัดรัตนคีรี (กัมพูชา) ในระยะถัดไป

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50912806/gia-lai-province-in-vietnam-to-boost-trade-links-with-cambodias-border-provinces/

รัฐบาลกัมพูชาเพิ่มงบประมาณ สำหรับการจัดการปัญหาโควิด-19 เป็น 2 เท่า

รัฐบาลกัมพูชาปรับงบประมาณรายจ่ายสำหรับการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ขึ้นเป็น 2 เท่า ในขณะที่ยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายในการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนภายในประเทศ รวมถึงการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างสุดความสามารถ รายงานดังกล่าวถูกนำเสนอโดยกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังได้กำหนดงบประมาณสำหรับการรับมือประจำปี 2021 ไว้ที่ 719 ล้านดอลลาร์ในขั้นต้น ซึ่งต่อมางบประมาณดังกล่าวได้ขยายเป็น 1.454 พันล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน โดยรัฐบาลยังได้เพิ่มงบประมาณในการเยียวยาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบหลังรัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์ เป็นจำนวนเงิน 335 ล้านดอลลาร์ รวมถึงโครงการสนับสนุนเงินทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 270 ล้านดอลลาร์ ถูกปรับเป็น 150 ล้านดอลลาร์ เพื่อเบิกจ่ายภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า เป็นต้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50912498/govt-doubles-the-budget-for-pandemic-intervention-spending/

กัมพูชาตั้งเป้าผลิตเกลือตอบสนองต่อความต้องการภายในประเทศ

กลุ่มผู้ผลิตเกลือในกัมพูชา กล่าวถึงปริมาณผลผลิตเกลือในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศในปีนี้ ช่วยลดความจำเป็นในการนำเข้าเกลือจากต่างประเทศของกัมพูชา โดย ณ เดือนกรกฎาคม 2021 การผลิตเกลือในจังหวัดกำปอตอยู่ที่ 68,682 ตัน ลดลงจาก 85,000 ตันในปีที่แล้ว แต่ถือว่ามีเกลือเพียงพอต่อความต้องการที่อยู่ที่ประมาณ 37,000 ตันต่อปี ซึ่งนาเกลือของจังหวัดกำปอตมีพื้นที่ประมาณ 3,700 เฮกตาร์ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อยู่ที่จำนวน 2,857 เฮกตาร์ ตามรายงานของชุมชนผู้ผลิตเกลือแห่งกำปอต-แกบ กัมพูชา โดยราคาเกลือในปัจจุบันอยู่ที่ 10,000 เรียล (2.5 ดอลลาร์) ถึง 12,000 เรียล (3 ดอลลาร์) ต่อกระสอบ 50 กก.

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50911832/kingdoms-2021-salt-production-will-meet-domestic-demand/

กัมพูชาเร่งเดินหน้าพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล “Bakong” ใช้ภายในประเทศ

ธนาคารแห่งชาติของกัมพูชา (NBC) เดินหน้าพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในกัมพูชาภายใต้หน่วยงานของธนาคารกลาง (CBDC) โดยสกุลเงินดิจิทัลในกัมพูชารู้จักกันในชื่อ Bakong ซึ่งผู้อำนวยการทั่วไปของ NBC และหัวหน้าโครงการ Bakong กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ The Nikkei ว่ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของ Bakong มีผู้ใช้ถึง 200,000 ราย ในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากเมื่อ 3 เดือนก่อน บนพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชน ให้บริการด้านธุรกรรมการชำระเงินและการโอนเงิน ซึ่งตั้งแต่โครงการสกุลเงินดิจิทัล Bakong ได้ถูกจัดสร้างขึ้นมีผู้ใช้บริการเกือบ 6 ล้านราย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 สร้างปริมาณเงินหมุนเวียนเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ โดยรัฐบาลกัมพูชายังมีนโยบายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อเพิ่มการใช้สกุลเงินท้องถิ่นให้มากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลของ Wall Street Journal ปัจจุบันในกัมพูชามีการใช้สกุลเงินดอลลาร์สูงกว่าร้อยละ 90 ของธุรกรรมทางการเงินในกัมพูชา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50911542/cambodia-explores-cross-border-transactions-of-cbdc-like-bakong-now-used-by-20000-people/

ยอดขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลกัมพูชาออกมาตรการเคอร์ฟิว

ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในกัมพูชา รายงานถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้ออกมาตรการเคอร์ฟิวเป็นระยะเวลา 14 วัน ในช่วงเวลา 21.00 – 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. – 12 ส.ค. 2021 เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 กระตุ้นให้ประชาชนภายในประเทศเร่งกักตุนสินค้ากันเป็นจำนวนมากในช่วงระยะเวลาดังกล่าว แม้ตลาดสดบางแห่ง เช่น ตลาดบึงเก็งกังในพนมเปญยังคงเปิดอยู่ ด้าน DFI Lucky Supermarkets ผู้ประกอบการซุปเปอร์มาร์เก็ตในกัมพูชา ซึ่งเป็นของนักลงทุนชาวฮ่องกง รายงานถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการอาหารสด เนื่องจากลูกค้ามองว่าสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับตลาดสด

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50910154/supermarkets-report-higher-sales-but-little-panic-buying/