สภาเวียดนามลงมติเลือก “พลเอกโต เลิม” เป็นปธน.คนใหม่

สมาชิกสภาแห่งชาติของเวียดนาม ลงมติเลือกพลเอกโต เลิม วัย 66 ปี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของเวียดนาม ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่แทนอดีตประธานาธิบดีหว่อ วัง เถือง ผู้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 1 ปี โดยพลเอกโต เลิม มีผลงานโดดเด่นจากการดำรงตำแหน่งผู้นำโครงการปราบปรามการคอร์รัปชันครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลและนักธุรกิจเวียดนามหลายพันคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาเกิดขึ้นในขณะที่พรรคโปลิตบูโรของเวียดนามสูญเสียสมาชิก 6 คนจากทั้งหมด 18 คน รวมถึงอดีตประธานาธิบดี 2 คนและหัวหน้ารัฐสภาของเวียดนาม ท่ามกลางการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตรับสินบนที่ขยายตัวออกไป

ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า การขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของพลเอกโต เลิม เป็นการปูทางให้เขาก้าวเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนใหม่แทนนายเหงียน ฟู จอง วัย 80 ปี

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787791

‘นายกฯ เวียดนาม’ สั่งจัดงบประมาณปี 68 มุ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นายฟาม มินห์ จิญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ลงนามคำสั่งว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และจัดทำงบประมาณปี 2568 โดยตั้งข้อสังเกตไว้ว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปีหน้านั้น ได้มีการร่างขึ้นมาแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ที่รวดเร็วและคาดการณ์ไม่ได้ ในขณะที่ในปี 2568 ถือเป็นปีที่สำคัญของเวียดนาม เนื่องจากตรงกันกับช่วงการประชุมสมัชชาของพรรคทุกระดับ ก่อนที่จะไปสู่การประชุมสมัชชาพรรคแห่งชาติครั้งที่ 14

ทั้งนี้ ตามแผนการทำงานดังกล่าว ทางนายกฯ เรียกร้องให้กระทรวง หน่วยงานกลางและท้องถิ่น ระบุประเด็นหลักของแผนพัฒนาปี 2568 และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถบรรลุเป้าหมายได้และแนวทางการแก้ไข รวมถึงชี้แจงรายละเอียดของเนื้อหา ระยะเวลาและความคืบหน้า ในขณะเดียวกัน การจัดทำแผนงบประมาณปี 2568 ต้องมีรายละเอียดของการใช้จ่ายงบประมาณและการจัดเก็บงบประมาณ

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/pm-orders-building-socio-economic-development-plans-budget-estimates-for-2025-post287427.vnp

‘เวียดนาม’ พึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศมากเกินไป จำเป็นที่ต้องพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม

จากรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มีสัดส่วนราว 90% ของการส่งออกรวม และมีสัดส่วน 25.8% ของจำนวนงานทั้งหมดในประเทศ ในขณะที่การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของการลงทุนทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนสภาพจากการลงทุนของรัฐไปเป็นของการลงทุนที่มิใช้รัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไปยังภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป ทั้งนี้ ธุรกิจข้ามชาติหรือธุรกิจ FDI เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากธุรกิจในประเทศประสบปัญหากับการยกระดับขีดความสามารถทางด้านการผลิตและการบริหาร รวมถึงการขาดเทคโนโลยีขั้นสูงและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1656090/vn-too-heavily-dependent-on-fdi-must-improve-industrial-ecosystem.html

‘อีคอมเมิร์ซ’ ดันโอกาสสินค้าเวียดนามสู่ตลาดโลก

จากการประชุมอีคอมเมิร์ซและเศรษฐกิจดิจิทัล จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และ Amazon Global Selling Vietnam เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พบว่าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีมูลค่า 7.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 และผลักดันรายได้ให้กับองค์กรและโซลูชั่นทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่รายได้จากอีคอมเมิร์ซค้าปลีก เติบโตเฉลี่ย 20% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเวียดนามอยู่ใน 10 ประเทศชั้นนำที่มีอัตราการเติบโตทางด้านอีคอมเมิร์ซ

ทั้งนี้ สำนักงานอีคอมเมิร์ซและเศรษฐกิจดิจิทัลของเวียดนาม เร่งดำเนินมาตรการในการพัฒนาตลาดอีคอมเมิร์ซและสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาอีคอมเมิร์ซระดับชาติ ปี 2564-2568

นอกจากนี้ สำนักงานยังร่วมมือกับสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าประจำจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงอีคอมเมิร์ซระดับภูมิภาคและท้องถิ่น

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/e-commerce-helps-vietnamese-goods-go-global-conference-post287404.vnp

‘เวียดนาม’ นำเข้าโทรศัพท์และชิ้นส่วน ไตรมาส 1/67 เกินกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ

กรมศุลกากรเวียดนาม เปิดเผยว่ายอดการนำเข้าโทรศัพท์และชิ้นส่วนในไตรมาสแรกของปีนี้ มีมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเป็นสินค้านำเข้าสำคัญ อันดับที่ 5 ของสินค้านำเข้าของเวียดนาม โดยแหล่งนำเข้ารายใหญ่ของเวียดนาม ได้แก่ จีน เกาหลีใต้และฮ่องกง

ทั้งนี้ เวียดนามนำเข้าโทรศัพท์และชิ้นส่วนจากประเทศจีนมากที่สุด คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าเกินกว่า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน รองลงมาเกาหลีใต้และฮ่องกง ในขณะเดียวกัน เวียดนามส่งออกโทรศัพท์และชิ้นส่วน อยู่ที่ 18.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และนับเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ อันดับที่ 2 ของสินค้าส่งออกเวียดนาม

นอกจากนี้ บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำระดับโลก “Statista” รายงานว่าตลาดสมาร์ทโฟนเวียดนาม จะมีมูลค่าอยู่ที่ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโต 1.45% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2567-2571

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1656013/vn-imports-over-us-3-billion-in-mobile-phones-and-components-in-q1.html

Vietnam Economic Factsheet : Q1/2567

FACTSHEET VIETNAM Q1.67

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเวียดนามในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ขยายตัว 5.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าไตรมาสแรกของปี 2563-2566 ถึงแม้ว่าเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ที่ขยายตัว 6.72% ถึงอย่างไรก็ตามการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น จากความขัดแย้งในทะเลแดง

ด้านการผลิต : ภาคเกษตรกรรม ป่าไม้และประมง ขยายตัว 2.98%, ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ขยายตัว 6.28% และภาคบริการ ขยายตัว 6.12%

ด้านการใช้จ่าย : การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน ขยายตัว 4.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว, การสะสมทุนในสินทรัพย์ ขยายตัว 4.69%, การส่งออกสินค้าและบริการ ขยายตัว 18% และการนำเข้าสินค้าและบริการ ขยายตัว 17.08%

‘เวียดนาม’ คาดตลาดสมาร์ทโฟน แตะ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ

กรมศุลกากรเวียดนาม เปิดเผยข้อมูลตัวเลขการค้าเบื้องต้น พบว่ายอดการนำเข้าโทรศัพท์และชิ้นส่วนในเดือน เม.ย. อยู่ที่ 789.72 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่งผลให้การนำเข้าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่ามากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ตลาดนำเข้าหลักของสินค้าโทรศัพท์และชิ้นส่วนของเวียดนาม ได้แก่ จีน เกาหลีใต้และฮ่องกง ในขณะที่การส่งออกโทรศัพท์และชิ้นส่วนของเวียดนามในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 18.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งโทรศัพท์และชิ้นส่วนเป็นสินค้าส่งออกหลักอันดับ 2 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของเวียดนาม รองจากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริม

อีกทั้ง เวียดนามกลายมาเป็นผู้ส่งออกสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากจีน ตั้งแต่ปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 12% ของส่วนแบ่งตลาดโลก และจากตัวเลขการคาดการณ์ของ Statista ได้คาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ทโฟนของเวียดนาม จะมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 1.45% ตั้งแต่ปี 2567-2571

ที่มา : https://en.vneconomy.vn/trade-turnover-from-phones-and-components-increases-in-4m.htm

‘รัฐบาลเวียดนาม’ เร่งดำเนินแก้ปัญหาฉ้อโกงซื้อขายออนไลน์

จากข้อมูลสถิติของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า รายงานว่าอีคอมเมิร์ซยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลของเวียดนาม มีมูลค่าสูงถึง 20.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่รายงานค้าปลีกออนไลน์ในปี 2566 และแนวโน้มในปี 2567 พบว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำรายได้จากธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) สูงถึงราว 500 ล้านล้านด่อง หรือประมาณ 19.64 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2566 และคาดว่ามูลค่าจะสูงถึงราว 650 ล้านล้านด่องในปีนี้

อย่างไรก็ดี ผู้ไม่ประสงค์ดีจำนวนมากใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจของผู้บริโภคและใช้ช่องโหว่ทางนโยบายการขายสินค้าคุณภาพต่ำ โดยปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานของภาครัฐฯ จึงมักได้รับรายงานว่ามีสินค้าลอกเลียนแบบบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ และเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ จำเป็นที่จะต้องมีทรัพยากร โดยเฉพาะเครื่องมือ วิธีการและบทลงโทษที่เหมาะสม

ที่มา : https://vietnamnet.vn/en/e-commerce-frauds-require-utmost-in-attention-from-regulators-2282406.html