นายกฯ พร้อมผลักดันการพัฒนาทักษะด้าน AI และ 5G แก่พลเมือง

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้เรียกร้องให้ยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านทักษะที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) เพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยียุคที่ 5 (5G) ซึ่งกล่าวไว้ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี และปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ในเสียมราฐ โดยได้ยกตัวอย่างถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การใช้ E-Visa, E-Arrival และ QR Code ในกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็ก การชำระค่าอาหาร การจองตั๋ว ไปจนถึงการทำธุรกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ด้านนายกรัฐฯ ยังได้สนับสนุนให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องโดยการเสริมสร้างความสามารถบุคลากร โดยมุ่งเน้นไปที่วิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต้องมั่นใจว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาที่เพียงพอเพื่อสนับสนุนวิธีการสอนและการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของศตวรรษที่ 21

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501645345/pm-calls-for-cultivating-digital-citizens-for-ai-5g/#google_vignette

‘อุตสาหกรรมชิปเวียดนาม’ มั่นใจได้รับประโยชน์จากนโยบายทรัมป์

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาเกี่ยวกับการจำกัดการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปยังจีน ในขณะที่สำนักข่าวญี่ปุ่น NHK รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าพบกับเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในช่วงปลายเดือน ม.ค.

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในการขึ้นภาษีนำเข้าจากเม็กซิโก แคนาดาและจีน ถึงแม้ว่าการเดินหน้าของสหรัฐฯ ในข้างต้น จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก แต่ในมุมมองของ นาย Võ Xuân Hoài รองผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ มีความต้องการผลิตชิปเทคโนโลยีขั้นสูงในประเทศมากขึ้น แต่ยังคงจ้างพันธมิตรภายนอก เพื่อผลิตชิปประเภทอื่นๆ รวมถึงเวียดนามด้วย ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางการค้า ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ รวมถึงเวียดนาม ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1692355/viet-nam-s-chip-production-to-benefit-from-trump-s-policies.html

‘NVIDIA’ ตั้งประธานคนใหม่ให้กับบริษัท AI เวียดนาม หลังซื้อกลุ่มบริษัทวินกรุ๊ป

บริษัทวินเบรน (VinBrain) สตาร์ทอัพและบริษัทย่อยด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของกลุ่มวินกรุ๊ป (Vingroup) ได้แต่งตั้งคุณ Mark Steven Hoose ให้ดำรงตำแหน่งประธานและตัวแทนทางกฎหมายของบริษัท หลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ Nvidia เข้าซื้อกิจการดังกล่าว ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2567 Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ได้ประกาศการเข้าซื้อกิจการวินเบรน โดยเรียกการเข้าซื้อครั้งนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของศูนย์ออกแบบแห่งอนาคตที่สำคัญ” แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของข้อตกลงนี้ แต่รายงานทางการเงินไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มวินกรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเวียดนามถือหุ้นของ วินเบรน อยู่ 49.74% คิดเป็นมูลค่ากว่า 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันภาคเทคโนโลยีในเวียดนามให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://tuoitrenews.vn/news/business/20250111/nvidia-appoints-new-chairman-to-vietnamese-ai-firm-following-acquisition-from-vingroup/83845.html

‘ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯ’ ชี้เวียดนามมีศักยภาพที่จะผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

นาย Richard Lawton Thurston ผู้เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ ได้แสดงความคิดเห็นในระหว่างการประชุม ณ กรุงวอชิงตัน ดีซีกับ นาย Nguyen Chi Dung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุน กล่าวว่าเวียดนามมีศักยภาพอย่างมากที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านบุคลากรรุ่นใหม่และการฝึกอบรม

ทั้งนี้ เวียดนามและสหรัฐฯ ร่วมกันเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และยังสนับสนุนเวียดนามในการปรับปรุงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก

นอกจากนี้ เวียดนามพัฒนาโครงการส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จนถึงปี 2573 โดยมุ่งเน้นไปที่การฝึกอบรมเชิงลึกอาจารย์ 1,300 คน และวิศวกร 50,000 คน รวมถึงจัดตั้งห้องปฏิบัติการเซมิคอนดักเตอร์ระดับชาติ 4 แห่ง และห้องปฏิบัติการผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ 18 แห่ง

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1658394/vn-has-huge-potential-in-semiconductor-industry-us-expert.html

‘ไมโครซอฟท์’ เผยผลสำรวจชี้ว่าเวียดนามใช้ AI ในการทำงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก

จากรายงานของไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดเผยผลการสำรวจแรงงาน 31,000 คน จาก 31 ประเทศทั่วโลก รวมถึงเวียดนาม พบว่าอัตราการใช้งานปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) เข้ามาช่วยในการทำงานเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ด้วยเครื่องมือยอดนิยม ได้แก่  ChatGPT, Copilot และ GitHub Copilot เป็นต้น

โดยเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่าง 3 ใน 4 หรือคิดเป็น 75% มีการใช้ AI โดยเฉพาะเวียดนามที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 88% ใช้ AI ในการทำงาน และมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก

ทั้งนี้ นาง Nguyen Quynh Tram ผู้อำนวยการทั่วไปของ Microsoft Vietnam กล่าวว่าในปัจจุบัน AI ไม่เพียงแต่ใช้งานทั่วไปแล้ว เช่น การแปลเอกสาร การสรุปผลหรือการร่างอีเมล์ แต่ยังมีการใช้งานในการสร้างสรรค์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นให้คนหันมาใช้ AI จากระดับลูกจ้างนั้น เป็นไปได้ยาก

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/rate-of-using-ai-to-work-in-vietnam-is-higher-than-worlds-average-microsoft-post1097732.vov

เศรษฐา ปิดดีล Microsoft ลงทุน DATA CENTER หนุนอุตสาหกรรม AI

วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ที่ Plenary Hall 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ในงาน “Microsoft Build AI Day Event” ตอนหนึ่ง ว่า ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่มีพลังมากที่สุดในทศวรรษนี้ ทั้งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต สถานที่ทำงาน และวิธีการดำเนินธุรกิจ ซึ่งนายกฯ ได้ยืนยันความพร้อมของประเทศสำหรับอุตสาหกรรม AI และพร้อมสนับสนุนให้อุตสาหกรรม AI เติบโตในไทยอย่างเต็มที่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยพร้อมสำหรับอนาคต ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค รวมถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่ครอบคลุมที่สุด โครงข่ายมือถือ โครงสร้างพื้นฐาน 5G และโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ วิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND” ที่ได้ประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลและเส้นทางที่ชัดเจนในการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคใน 8 อุตสาหกรรมหลัก นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้จัดให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมการลงทุน ซึ่งครอบคลุมมาตรการกระตุ้นการลงทุน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและครอบคลุมอุตสาหกรรมดิจิทัลทั้งหมด รวมทั้ง รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสีเขียว ซึ่งไทยตระหนักดีถึงความต้องการโดยตรงของภาคธุรกิจในด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบรรลุพันธกรณีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ทั้งความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รวมถึง นโยบายที่จะทำให้ ครึ่งหนึ่งของการผลิตพลังงานในประเทศเป็นพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2040 (พ.ศ. 2583) อย่างไรก็ดี รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะจัดหากำลังการผลิตพลังงานสีเขียวใหม่มากกว่า 9 กิกะวัตต์ผ่านระบบ Utility Green Tariff ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจมั่นใจได้ว่าการลงทุนในไทยจะสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่าย และในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมร่วมกับบริษัทดิจิทัลชั้นนำแบบบริษัทไมโครซอฟท์ สร้างแซนด์บ็อกซ์แห่งความยั่งยืนที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ยินดีที่ได้ทราบว่า ความมุ่งมั่นของไทยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของไมโครซอฟท์ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลไทยและไมโครซอฟท์ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ในการนำเทคโนโลยีคลาวด์ และ AI ที่เปี่ยมประสิทธิภาพมาเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของไทย รวมถึงเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลของไทย MoU ฉบับนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาจากทั้งสองฝ่ายในการบรรลุเป้าหมายนี้ในประเทศไทยด้วยกัน ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างกันนี้จะนำไปสู่อนาคตร่วมกัน พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังความคิด เข้าใจความต้องการ และพร้อมหาทางออกที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตในประเทศไทยต่อไป ในตอนหนึ่งของการกล่าวเปิด นาย Satya Nadella ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsoft ให้คำมั่นว่า ไมโครซอฟท์ พร้อมเข้ามาลงทุน Data Center ในไทย และพร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะ AI ในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2025

ที่มา : https://www.prachachat.net/politics/news-1554508

‘Generative AI’ สร้างเม็ดเงินให้กับศก.ดิจิทัลเวียดนาม 14 ล้านล้านดอง ปี 2573

Dang Huu Son ผู้ร่วมก่อตั้งเลิฟอินบอต (LovinBot) และรองประธาน AIID กล่าวว่า Generative AI (Gen-AI) คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลเวียดนามอยู่ที่ 14 ล้านล้านดอง หรือประมาณ 574.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 และมองว่าการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มทักษะส่วนบุคคลให้กับคนหลายช่วงวัย ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัท FPT ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะโครงการ ‘FPT AI Mentor’ ซึ่งเป็นโครงการที่ปรึกษาและทำการฝึกอบรมให้กับองค์กรรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่เลิฟอินบอต เปิดตัวผู้ช่วยเขียนเนื้อหา AI สำหรับบุคคลและธุรกิจ

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/genai-to-contribute-14-trillion-vnd-to-vietnams-digital-economy-by-2030-official/275729.vnp