งาน MSME Expo ระดับสหภาพฯ เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในประเทศและส่งออก

คณะกรรมการกลางเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะจัดนิทรรศการและการแข่งขันผลิตภัณฑ์ MSME ระดับสหภาพระหว่างวันที่ 10 ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2568 ทั้งนี้ ตามคำแนะนำของประมุขแห่งรัฐ ธุรกิจ MSME ไม่ควรตอบสนองความต้องการในประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องผลิตสินค้าคุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับการส่งออกด้วย และเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ MSME ในประเทศคุณภาพสูงใหม่ จึงเพิ่มเติมกระบวนการคัดเลือกและมอบรางวัล นำโดยรองรัฐมนตรี U Myint Soe ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและมอบรางวัล อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการแข่งขันกำลังจัดขึ้นที่กระทรวงสหกรณ์และการพัฒนาชนบทระหว่างวันที่ 7 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีเจ้าของธุรกิจทั้งหมด 193 ราย จากรัฐและภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขัน และมีการมอบรางวัลผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก 29 ราย รางวัลผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก 34 ราย รางวัลผลิตภัณฑ์ขนาดกลาง 28 ราย รางวัลหนึ่งภูมิภาคหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OROP) 35 ราย นอกจากนี้ ยังมีรางวัลสหกรณ์การผลิตเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน 25 แห่ง และรางวัลหัตถกรรมขนาดเล็กและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 42 แห่ง และจะมีการมอบรางวัลทั้งหมด 31 รางวัลใน 6 ประเภท และจะประกาศผู้ชนะในพิธีมอบรางวัลในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ สถานที่จัดนิทรรศการ

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/union-level-msme-expo-to-promote-high-quality-domestic-and-export-ready-products/#article-title

ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทองคำและเงินย่างกุ้ง จดทะเบียนกับ DICA

สมาคมผู้ประกอบการทองคำแห่งย่างกุ้ง (YGEA) ระบุว่าห้องปฏิบัติการมาตรฐานทองคำและเงินของย่างกุ้งได้รับการรับรองจากสำนักงานการลงทุนและการบริหารบริษัท (DICA) ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทองคำและเงินแห่งย่างกุ้ง จำกัด จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายบริษัทเมียนมาร์ 2017 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2025 ในฐานะบริษัทเอกชนจำกัด โดย สมาคมฯ จะรับประกันการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการที่มีความสามารถและสม่ำเสมอตามมาตรฐานทองคำ และจะพยายามให้ห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO-17025 ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับการทดสอบและการสอบเทียบได้ตามมาตรฐานสากล ด้านคณะกรรมการกำหนดราคาอ้างอิงแร่ (ทองคำ) กำหนดราคาอ้างอิงทองคำบริสุทธิ์ไว้ที่ 5.47 ล้านจ๊าดต่อ tical (16.329325 กรัม) โดยมีทองคำที่มีความหนาแน่น 19.25 กรัม (เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2567) อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงราคาที่เพิ่มขึ้น 120,000 จ๊าดต่อ tical ภายในสองสัปดาห์ นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้แจ้งให้เจ้าของร้านทองทราบถึงการขอใบอนุญาตการค้าอัญมณีภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 และหากไม่ได้รับใบอนุญาตจะถูกดำเนินคดี

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/yangon-gold-and-silver-lab-registered-with-dica/.

ที่ดินปาล์มน้ำมัน 4,754 เอเคอร์ ในตะนาวศรี และเกาะสอง เตรียมถูกแปรรูป

กระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทานได้เรียกร้องให้มีการประมูลแบบเปิดสำหรับพลเมืองเมียนมาสำหรับการเช่าพื้นที่ปาล์มน้ำมัน 4,754 เอเคอร์ในพื้นที่ตะนินทายีและเกาะสอง อย่างไรก็ดี คณะกรรมการพิจารณาและประเมินการประมูลระบุว่า กองพืชยืนต้นของกรมเกษตรจะเช่าพื้นที่ปาล์มน้ำมัน 2,000 เอเคอร์ในตำบลตะนินทายีและ 2,753 เอเคอร์ในตำบลเกาะสอง โดยปฏิบัติตามกฎและระเบียบการประมูล แบบฟอร์มการประมูลสามารถนำไปรับได้ในวันที่ 3-14 กุมภาพันธ์ที่กรมเกษตร (สำนักงาน 43) ในเนปิดอว์ กำหนดส่งใบสมัครคือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. บุคคลสามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ทางหมายเลขติดต่อของกรม 067 3410210 และ 067 341118

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/4754-oil-palm-acres-in-taninthayi-kawthoung-set-for-privatization/#article-title

เชิญชวนนักธุรกิจเมียนมาร่วมงาน Smart Farm Korea 2025 (SFKOREA 2025)

ตามข้อมูลขององค์กรส่งเสริมการค้าเมียนมา งาน Smart Farm Korea 2025 (SFKOREA 2025) กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2025 ที่ศูนย์การประชุมชางวอน จังหวัดคยองซังนัมโด และเปิดรับนักธุรกิจชาวเมียนมาที่สนใจซื้อเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ฟาร์มอัจฉริยะเข้าร่วมงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการพัฒนาภาคการเกษตรและปศุสัตว์ และสนับสนุนเกษตรกรที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาภาคการเกษตรและปศุสัตว์ในอนาคตให้ใช้เทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะที่ทันสมัย ซึ่ง​​คาดว่าจะมีบริษัทประมาณ 120 แห่งจัดแสดงเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะ โซลูชันอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ของตน โดยมีบูธ 400 แห่ง และคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมได้ประมาณ 20,000 คน รายการที่นำมาจัดแสดงประกอบด้วยเกษตรกรรมในอนาคต (ระบบอัตโนมัติ) โรงงานอัจฉริยะและอุปกรณ์ (โดรนเกษตร) เกษตรในเมือง การกลับสู่การเกษตรและหมู่บ้านชนบท วัสดุและอุปกรณ์ทางการเกษตรและปศุสัตว์ โรงงานผลิตพืชเพื่อผลิตผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงตลอดทั้งปี บรรจุภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และระบบโลจิสติกส์และการศึกษาด้านการศึกษาไอซีที การปฏิบัติภาคสนามของฟาร์มอัจฉริยะ การจัดการโรคพืชและสัตว์ การศึกษาข้อมูลด้านการเกษตรและชนบท เป็นต้น

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/smart-farm-korea-2025-sfkorea-2025-invites-myanmar-businesspeople/

เมียนมาตั้งเป้าส่งออกประมง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2024-2025

สหพันธ์ประมงเมียนมาและสมาคมผู้แปรรูปและส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงระบุว่า เมียนมาตั้งเป้าที่จะบรรลุมูลค่าการส่งออกจากสินค้าประมง 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2024-2025 (ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ถึงเดือนมีนาคม 2025) โดยเมียนมาส่งสินค้าประมงไปยังพันธมิตรการค้าต่างประเทศผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ ทางถนน เรือ และอากาศ เจ้าหน้าที่ของ MFF และ MFPPEA กล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าประมงจะอยู่ที่ 735 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน โดยการส่งออกสินค้าประมงสะสม ณ เดือนมกราคม มีมูลค่า 521 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้ว แต่ยังมีความไม่แน่นอนว่ารายได้จะถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสสุดท้ายหรือไม่ อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกอาจต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย ช่องทางการค้าหลักในการส่งออกประมง คือ การขนส่งทางเรือ จากนั้นจึงส่งออกทางอากาศ โดยส่วนใหญ่ไปยังจีน นอกจากนี้ การส่งออกที่ชายแดนถือว่ามีมูลค่าไม่สูงมากนัก

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/myanmar-targets-700m-in-fishery-exports-for-fy-2024-2025/#article-title

เมียนมาดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 11 แห่ง

ตามข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาไฟฟ้าและพลังงาน ปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด 11 โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาในเมียนมา โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,026 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้ มีโครงการก่อสร้าง 4 โครงการในเขตเนปิดอว์ 3 โครงการในเขตมัณฑะเลย์ 1 โครงการในเขตพะโค และ 1 โครงการในรัฐฉาน ซึ่งรวมกำลังการผลิต 530 เมกะวัตต์ โครงการไฮบริด (เครื่องยนต์ก๊าซ + พลังงานแสงอาทิตย์) กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการในเขตมัณฑะเลย์และเขตมะเกว โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 496 เมกะวัตต์ เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงเร่งรัดโครงการพลังงานหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นการผลิตไฟฟ้า ปัจจุบัน เมียนมามีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 28 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 27 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 8 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 6,371 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ จากการโจมตีและภัยธรรมชาติส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าลดลงเนื่องจากสายไฟได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพัฒนาไฟฟ้าและพลังงานมีเป้าหมายที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและพลังงานเพื่อสนับสนุนการดำรงชีพในชีวิตประจำวันและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการลงทุนในท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/myanmar-implements-11-solar-power-plant-projects/

เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 53 ลำจะเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือย่างกุ้งในเดือนกุมภาพันธ์

สำนักงานการท่าเรือเมียนมาประกาศว่าเรือขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 53 ลำมีกำหนดจะเดินทางมาถึงท่าเรือย่างกุ้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยมีเรือขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัท SITC Shipping Line จำนวน 10 ลำ บริษัท Cosco Shipping Line จำนวน 8 ลำ บริษัท Samudera Shipping Line จำนวน 6 ลำ บริษัท Maersk A/S Line จำนวน 5 ลำ บริษัท MSC Line และ CMA CGM Line จำนวน 4 ลำ บริษัท Ti2 Container Line, ONE Line และ RCL Line จำนวน 3 ลำ บริษัท BLPL Shipping Line, Ocean Salute Shipping Line และ Evergreen Line จำนวน 2 ลำ และเรือขนส่งทางบกและทางทะเล 1 ลำ อย่างไรก็ดี สำนักงานการท่าเรือเมียนมาได้จัดเตรียมช่องทางการค้าทางทะเลเพื่อรองรับการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ ส่งเสริมการส่งออก และปรับปรุงขีดความสามารถของท่าเรือให้สามารถรองรับเรือที่มาถึงได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งสำนักงานการท่าเรือเมียนมาจะแจ้งให้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าทราบเกี่ยวกับตารางการมาถึงของเรือโดยเร็วที่สุดเมื่อตารางการมาถึงขยายออกไป เรือขนส่งสินค้า 62 ลำเดินทางมาถึงท่าเรือย่างกุ้งในเดือนมกราคม 2025 นอกจากนี้ ในปี 2023 และ 2024 ท่าเรือย่างกุ้งมีการรองรับเรือขนส่งสินค้าไปแล้ว 629 และ 633 ลำ ตามลำดับ

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/53-container-vessels-to-dock-at-yangon-port-in-feb/

ส่งออกข้าวปี 60 สร้างรายได้ 1.33 พันล้านเหรียญสหรัฐ

สหพันธ์ข้าวเมียนมา (MRF) แถลงว่า ในปีที่แล้วเมียนมามีบริษัทส่งออกข้าวและข้าวหักรวม 103 บริษัทไปยัง 49 ประเทศคู่ค้า ปริมาณการส่งออกรวมกว่า 2,767,414 ตัน ซึ่งสร้างรายได้กว่า 1,331.899 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี สหพันธ์ข้าวเมียนมา (MRF) ในด้านภาคเอกชนได้ดำเนินการส่งออกข้าวและข้าวหักตามนโยบายและคำสั่งของรัฐบาล และในขณะเดียวกันก็ได้ส่งเสริมให้บริษัทส่งออกรายใหม่เข้ามามีส่วนร่วมด้วยการแบ่งปันความรู้และจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ และกระบวนการของตลาดข้าวระหว่างประเทศ สหพันธ์ข้าวเมียนมาระบุอีกว่า ผู้ส่งออกรายใหม่มีส่วนร่วมในภาคการส่งออกข้าวและข้าวหักด้วยแนวทางที่เป็นระบบ โดยสมาชิกของสหพันธ์ข้าวเมียนมาขยายตัวเป็น 1,196 ราย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 เพิ่มขึ้นจาก 980 ราย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 ปีก่อน ด้วยการเติบโตของสมาชิกและความไว้วางใจและความร่วมมือ MRF จะให้บริการที่ดีขึ้น การแบ่งปันข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความร่วมมือที่แข็งแกร่งขึ้น MRF ซึ่งรวมถึงกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร และโรงสีข้าว ได้เชิญชวนผู้ส่งออกที่ต้องการร่วมมือในภาคการส่งออกข้าวและข้าวหักในปี 2568 เพื่อเชื่อมโยงตลาด และช่วยเหลือในการดำเนินงานแก่สมาชิก

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/rice-and-broken-rice-export-earns-us1331-899million-in-last-year/

เมียนมามีรายได้ 447 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการส่งออกข้าวโพดในปีงบประมาณ 2024-2025

ตามข้อมูลของสมาคมพ่อค้าข้าวโพดเมียนมา เมียนมาส่งออกข้าวโพดไปยังตลาดต่างประเทศมากกว่า 1.88 ล้านตันในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายนในปีงบประมาณปัจจุบัน 2024-2025 คิดเป็นมูลค่า 447 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าข้าวโพดรายใหญ่ของเมียนมา ปัจจุบันส่งออกไปยังจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ และบังคลาเทศ อย่างไรก็ดี ข้าวโพดของเมียนมาเป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งจากผู้ซื้อจากต่างประเทศและโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ข้าวโพดจะถูกส่งมายังประเทศไทยโดยได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร ประเทศไทยอนุญาตให้มีการนำเข้าข้าวโพดโดยไม่เสียภาษีศุลกากร (โดยใช้แบบฟอร์ม D) ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึง 31 สิงหาคม 2567 นอกจากนี้ ประเทศไทยกำหนดอัตราภาษีสูงสุดที่ 73 เปอร์เซ็นต์สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ปลูกหากมีการนำเข้าข้าวโพดในช่วงฤดูกาลของประเทศไทย ดังนั้น ผู้ค้าจึงเก็บข้าวโพดเพื่อส่งออกภายใต้การยกเว้นภาษี

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/myanmar-bags-us447m-from-maize-exports-in-fy-2024-2025/

อินโดนีเซียซื้อข้าวจากเมียนมากว่า 590,000 ตัน ครองอันดับหนึ่งในรายชื่อผู้ซื้อ

ตามข้อมูลของสหพันธ์ข้าวเมียนมา (MRF) อินโดนีเซียกลายมาเป็นผู้นำเข้าข้าวของเมียนมารายใหญ่ที่สุด โดยมีปริมาณมากกว่า 593,000 ตันในช่วง 9 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2024-2025 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน อันดับสองรองลงมาคือ จีน ที่นำเข้าข้าวของเมียนมา มากกว่า 410,000 ตัน รองลงมาคือเบลเยียม 274,400 ตัน ฟิลิปปินส์ 131,000 ตัน เซเนกัล 96,600 ตัน ไอวอรีโคสต์ 46,900 ตัน โมซัมบิก 44,200 ตัน สเปน 30,000 ตัน แคเมอรูน 27,100 ตัน เนเธอร์แลนด์ 17,500 ตัน โปแลนด์ 17,400 ตัน ไอวอรีโคสต์ 13,900 ตัน และอิตาลี 13,300 ตัน ทั้งนี้ สถิติของสหพันธ์ข้าวเมียนมา (MRF) ระบุว่าการส่งออกข้าวและข้าวหักของเมียนมาพุ่งแตะระดับกว่า 2 ล้านตันในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนเมษายน-ธันวาคม) ของปีงบประมาณปัจจุบัน 2024-2025 โดยมีมูลค่าประมาณ 948 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสหพันธ์มีเป้าหมายที่จะส่งออกข้าวให้ได้ 2.5 ล้านตันในปีงบประมาณ 2024-2025 (เมษายน-มีนาคม) อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์เมียนมาได้ร่วมมือกับหน่วยงานและสถาบันที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายการส่งออกรายเดือนและต่อๆ ไป โดยขึ้นอยู่กับปริมาณการจัดหาข้าว ข้าวหัก พืชตระกูลถั่ว ข้าวโพด ยางพารา และการประมงจากบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถส่งออกข้าวได้ 2.5 ล้านตันในปีงบประมาณ 2023-2024 สร้างรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ประธานสหพันธ์ข้าวเมียนมา กล่าวอีกว่า นโยบายการเงินของธนาคารกลางเมียนมาในการควบคุมรายได้จากการส่งออกทำให้การส่งออกข้าวเป็นอุปสรรค ส่งผลให้ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบทางการเงิน นอกจากนี้ สภาพอากาศเอลนีโญยังทำให้การส่งออกข้าวได้รับผลกระทบด้วย

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/indonesia-buys-over-590000-tonnes-of-myanmar-rice-tops-buyers-list/#article-title