สายการบินภายในประเทศกัมพูชาเริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง

ท่าอากาศยานบางแห่งของกัมพูชาประกาศกลับมาเปิดเที่ยวบินภายในประเทศอีกครั้ง เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้ามายังกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สายการบิน Cambodia Angkor Air ได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศอีกครั้ง ซึ่งสายการบินจะเริ่มเที่ยวบินระหว่างพนมเปญ-เสียมราฐ และพนมเปญ-สีหนุวิลล์ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยกำหนดเที่ยวบินทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ของสัปดาห์ ซึ่งวางแผนที่จะค่อยๆ เพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และอาจจะเพิ่มเที่ยวบินจนไปเทียบเท่ากับภาวะปกติในอนาคตอันใกล้

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501017539/domestic-airlines-resume-flights-as-flights-to-cambodia-increase/

ท่องเที่ยวกัมพูชาคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากซบเซาไปกว่า 2 ปี

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาคาดว่าจะฟื้นตัวในปี 2022 หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวเปิดเผยว่ากัมพูชาได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.3 ล้านคนในปี 2020 ลดลงกว่าร้อยละ 80 จากปี 2019 และจำนวนดังกล่าวลดลงอีกร้อยละ 85 มาอยู่ที่ 196,495 คน ในปี 2021 ซึ่งคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนกัมพูชาจะเริ่มฟื้นตัวจากปีนี้ เนื่องจากกัมพูชาได้เปิดรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว ภายใต้นโยบายปลอดการกักตัว โดยคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้กว่า 5 แสนคน ซึ่งภาคการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501017486/cambodias-tourism-to-recover-after-2-years-of-slump/

ธนาคารโลกแนะกัมพูชา สำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ธนาคารโลก (WB) แนะกัมพูชาเพิ่มผลิตภาพภายในประเทศ พัฒนาศักยภาพพนักงาน และกระจายตลาดส่งออก รวมถึงส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ เป็นสำคัญ หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผลิตภาพแรงงานของกัมพูชาค่อนข้างต่ำเนื่องจากขาดการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางธนาคารโลกเน้นย้ำถึงการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เป็นสำคัญ ด้วยการสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในด้านของการส่งออกธนาคารโลกได้แนะนำให้กระจายตลาดการส่งออกให้เกิดความหลากหลาย โดยสินค้าส่งออกสำคัญของกัมพูชา 5 รายการ ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า ข้าว มันสำปะหลัง และสินค้าด้านการท่องเที่ยว คิดเป็นกว่าร้อยละ 80 ของการส่งออกทั้งหมดของกัมพูชาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดสำคัญมีเพียงสองแห่ง คือสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา คิดเป็นกว่าร้อยละ 69 ของการส่งออกทั้งหมด ส่วนการยกระดับการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก แนะให้กัมพูชาสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์การเกษตร และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในภาคบริการ รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศในภาคการผลิตที่มีประสิทธิผลมากที่สุด และสร้างการเข้าถึงทางด้านการเงินให้กับภาคธุรกิจ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501016942/world-bank-gives-key-recommendations-for-cambodias-economic-recovery/

กัมพูชาจัดแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

ทางการกัมพูชาจัดแคมเปญ “Cambodia: Safe and Green Tourism Destination” โดยเปิดตัวไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน โดยสายการบินหลายแห่งเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกัมพูชาหลังจากหยุดทำการบินไปกว่า 2 ปี ซึ่งภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวระบุว่ากัมพูชาได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 6.61 ล้านคน ในปี 2019 สร้างรายได้รวม 4.92 พันล้านดอลลาร์ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลทำให้ภาคการท่องเที่ยวทรุดลงอย่างหนัก โดยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 163,366 คน ในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2021 ลดลงถึงร้อยละ 87 จาก 1.28 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2020

ที่มา:https://www.khmertimeskh.com/501016042/cambodias-campaign-to-revive-pandemic-hit-tourism-industry-sees-increase-in-flights/

คาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาโต 5% ในปี 2022

เศรษฐกิจของกัมพูชาคาดเติบโตมากกว่าร้อยละ 5 ในปี 2022 หลังจากที่ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หนุนโดยอัตราการฉีดวัคซีนที่สูง ซึ่งเศรษฐกิจของกัมพูชาเติบโตร้อยละ 3 ในปี 2021 และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องสู่ร้อยละ 5 ในปี 2022 สาเหตุหลักมาจากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทุกภาคส่วน โดยเศรษฐกิจของกัมพูชาส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยภาคการเกษตร การท่องเที่ยว การส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างเป็นสำคัญ ในด้านอัตราการฉีดวัคซีนจนถึงขณะนี้ กัมพูชาได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งโดสแก่ประชาชน 14.35 ล้านคน หรือร้อยละ 89.7 ของประชากร 16 ล้านคน กล่าวโดยกระทรวงสาธารณสุข

ที่มา: https://www.khmertimeskh.com/501015969/cambodias-economy-forecast-to-grow-over-5-pct-in-2022/

การค้าระหว่าง กัมพูชา-เวียดนาม ใกล้แตะหมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2021

ปริมาณการค้าระหว่างกัมพูชาและเวียดนามแตะ 9.3 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 75 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2020 แม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดก็ตาม ด้านนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และรัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม Bui Thanh Son ได้หารือเกี่ยวกับประเด็นนี้ และตกลงที่จะร่วมมือและรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ ซึ่งทั้งคู่ตั้งเป้าการค้าไว้ที่มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2022 รวมถึงทำการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างเวียดนามและกัมพูชาอีกครั้ง ด้านการลงทุนในปี 2021 บริษัทสัญชาติเวียดนามทุ่มเงินกว่า 88.9 ล้านดอลลาร์ ในโครงการใหม่ 4 โครงการ ที่จัดตั้งในกัมพูชา ส่งผลทำให้เวียดนามมีการลงทุนในกัมพูชารวมกว่า 2.84 พันล้านดอลลาร์

ที่มา: https://www.khmertimeskh.com/501015577/cambodia-vietnam-trade-volume-inches-closer-to-10-billion-in-2021/

การค้าระหว่าง กัมพูชา-จีน แตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชา รายงานถึงมูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและจีนแตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับปี 2020 โดยกัมพูชาส่งออกสินค้าไปยังจีนมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 ในทางกลับกันได้ทำการนำเข้าสินค้าจากจีนมีมูลค่า 9.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 ซึ่งส่วนใหญ่กัมพูชาส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน ได้แก่ ข้าวสาร มะม่วง มันสำปะหลัง เป็นสำคัญ โดยการนำเข้าของกัมพูชาจากจีนส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและวัสดุก่อสร้าง เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันทั้งสองประเทศได้เริ่มดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคีที่มีผลบังคับใช้เมื่อต้นปีนี้ เพื่อเป็นการปูทางที่จะเพิ่มกิจกรรมการค้าและโอกาสการลงทุนระหว่างกันในอนาคต

ที่มา:https://www.khmertimeskh.com/501015097/cambodia-china-trade-tops-11-billion-last-year/

คาดกัมพูชาส่งออกข้าวสารไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น

กัมพูชาคาดส่งออกข้าวสารไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น หลังสหภาพยุโรปเพิกถอนภาษีนำเข้าข้าวจากกัมพูชา โดยในปี 2016 สหภาพยุโรปนำเข้าข้าวจากประเทศกัมพูชาสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 50 ของการส่งออกข้าวสารกัมพูชา และค่อยๆ ลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ราวร้อยละ 20 ในปีที่แล้ว ซึ่งประธานสหพันธ์ข้าวกัมพูชา กลุ่มเครือข่ายโรงสีข้าวและบริษัทผู้ส่งออก คาดว่าการส่งออกข้าวไปยังสหภาพยุโรปจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในปีนี้  หลังจากได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า (EBA) ตั้งแต่ในวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานด้านข้าวสนับสนุนให้สมาชิกและเกษตรกรกัมพูชา ผลิตข้าวหอมและข้าวคุณภาพสูง เพื่อรองรับการส่งออกข้าวไปยังสหภาพยุโรป หลังได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องจ่าย 198 ดอลลาร์ต่อเมตริกตันในปีแรก 170 ดอลลาร์และ 142 ดอลลาร์ต่อเมตริกตันในปีที่สองและสามตามลำดับ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501009997/milled-rice-export-to-eu-expected-to-increase/

หอการค้ากัมพูชา (CCC) จับมือ JETRO ยกระดับความร่วมมือด้านธุรกิจ

หอการค้ากัมพูชา (CCC) และองค์การการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ในกัมพูชา ได้ให้คำมั่นระหว่างกันที่จะกระชับความร่วมมือในภาคธุรกิจ โดยในช่วงเดือน มกราคม-พฤศจิกายน ปีที่แล้ว การค้าระหว่างกัมพูชาและญี่ปุ่นมีมูลค่าแตะ 2,148 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) สองฉบับเกี่ยวกับการเสริมสร้างและกระชับความร่วมมือระหว่าง CCC และ JETRO กัมพูชา และระหว่าง ASEAN Business Advisory Council และ JETRO โดย CCC ได้วางแผนที่จะเปิดตัวศูนย์ประสานงานในต่างประเทศเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในปัจจุบันกัมพูชาส่งออกสินค้าไปยังประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกมูลค่า 1,623 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 9 เมื่อเทียบเป็นรายปี

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501010092/ccc-jetro-to-take-business-cooperation-to-the-next-level/

กัมพูชา-อินโดนีเซีย ลงนาม MoU กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ในระหว่างการประชุม ASEAN Tourism Forum 2022 ที่สีหนุวิลล์ Thong Khon รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา และ Sandiaga Salahudin Uno รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและนวัตกรรมของอินโดนีเซีย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อเที่ยวบินตรงระหว่างทั้งสองประเทศ ในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวระหว่างกันโดยเร็วที่สุด ซึ่งในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ยังเน้นที่ 1.การส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานแสดงการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ 2.แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการวางแผนและจัดการสถานที่ท่องเที่ยว 3.ส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4.ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ 5.ส่งเสริมความร่วมมือในการจัดงานท่องเที่ยว งานประชุม และในด้านอื่นๆ และ 6. ส่งเสริมการเชื่อมต่อเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501009619/cambodia-indonesia-sign-mou-to-boost-tourism-connect-direct-flights-between-the-two-countries/