กัมพูชาและจีนร่วมลงนามข้อตกลงทางด้านการค้า
กัมพูชาและจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ณ พนมเปญ โดยมีนายกรัฐมนตรีฮุนเซน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเข้าร่วมพิธีลงนาม ซึ่งนายฮุนเซนพูดถึง FTA ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อประเทศกัมพูชา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวว่าเขตการค้าเสรีจะช่วยให้กัมพูชาก้าวข้ามจากผลกระทบที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันในหลายด้าน ซึ่งฝ่ายกัมพูชามีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างกัมพูชาและจีน โดยจะยังคงสนับสนุนจีนอย่างต่อเนื่องในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและยินดีที่จะทำงานร่วมกับจีนเพื่อกระชับความร่วมมือที่ส่งผลประโยชน์ร่วมกันในด้านต่างๆต่อไป
ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50772642/cambodia-china-sign-trade-deal/
การจดทะเบียนธุรกิจภายในกัมพูชาทำได้สะดวกขึ้นโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาอนุมัติการยื่นจดทะเบียนธุรกิจมากกว่า 1,360 รายการ ผ่านการจดทะเบียนธุรกิจออนไลน์ ณ วันที่ 2 ต.ค. หลังจากที่รัฐบาลเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีผู้ยื่นขอจดทะเบียนธุรกิจทั้งหมด 1,793 ใบ โดย 1,367 ใบได้รับการอนุมัติ และ 426 รายการอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งมีจำนวนวันโดยเฉลี่ยที่ใช้ในการจดทะเบียน บริษัท อยู่ที่ 8 วัน โดยในแง่ของขนาดของการลงทุนมีทั้งหมดอยู่ที่ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทาง จีน สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งรูปแบบในการจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ภาคเอกชนและสาธารณชนทั่วไปกล่าวว่าระบบใหม่นี้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายเนื่องจากการจดทะเบียนธุรกิจสามารถทำเป็นแพ็คเกจบนแพลตฟอร์มเดียวกันกับกระทรวงหรือสถาบันอื่น เช่น กระทรวงพาณิชย์ (MOC), กรมภาษีอากร และกระทรวงแรงงานเป็นต้น โดยก่อนหน้านี้ในการจดทะเบียนอาจใช้เวลาหลายเดือน ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนของแต่ละกระทรวงหรือสถาบันรวมถึงส่วนอื่นๆลดลงประมาณร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมก่อนหน้าที่จะมีระบบใหม่เข้ามา
ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50772450/business-registrations-far-speedier-thanks-to-internet/
การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกัมพูชาและจีน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันที่ 11-12 ตุลาคม 2020 ตามการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศ โดนจะจัดการประชุมอย่างเป็นทางการกับรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีในสาขาต่างๆตลอดจนประเด็นในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีฮุนเซนจะเป็นสักขีพยานในการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกัมพูชา – จีน (CCFTA) ซึ่งการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของตัวแทนประเทศจีนแสดงถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างกัมพูชาและจีน
CRF และ IRRI ร่วมวิจัยพัฒนาข้าวในกัมพูชา
สมาพันธ์ข้าวกัมพูชา (CRF) และสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ได้ตกลงที่จะร่วมมือกันในการวิจัยและพัฒนาข้าวเพื่อส่งเสริมและปรับปรุงภาคข้าวในกัมพูชา โดยความร่วมมือของ IRRI ในการวิจัยและพัฒนาข้าวกับ CRF ในการเป็นหุ้นส่วนการผลิตเมล็ดพันธุ์ภายในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่สนับสนุนการปรับปรุงภาคข้าวของกัมพูชาให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยจะช่วยปรับปรุงภาคการผลิตข้าวผ่านการเพิ่มการวิเคราะห์ผลผลิตและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่คุณค่าภายในประเทศกัมพูชา
SECC ของกัมพูชาและออสเตรเลียร่วมมือกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน
รัฐบาลออสเตรเลียร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กัมพูชา (SECC) เปิดตัวการระดมทุนภายในประเทศ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านโครงการ Security Market Project ซึ่งคาดว่าหากตลาดทุนในประเทศมีประสิทธิภาพจะช่วยให้กัมพูชาสามารถกระจายการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลัง COVID-19 โดยออสเตรเลียได้ให้การสนับสนุนโครงการมูลค่ากว่า 50 ล้านเหรียญออสเตรเลียผ่าน “Investing in Infrastructure (3i)” ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียร่วมมือกับ SECC เพื่อปรับปรุงการระดมทุนในประเทศสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคเพื่อพัฒนากรอบการกำกับดูแลหนี้สินระยะยาว การสร้างขีดความสามารถของผู้มีส่วนร่วมในตลาด และการพัฒนามาตรการ เพื่อให้ภาคเอกชนในกัมพูชามีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น
การค้าข้ามพรมแดนระหว่างไทยกัมกัมพูชาขยายตัวเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 1.09
การค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศของไทยลดลงร้อยละ 7.42 ในช่วง 8 เดือนแรกเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 และ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมีมูลค่าอยู่ที่ 497 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.5 จากการส่งออกทั้งหมดอยู่ที่ 293 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.63 และการนำเข้า 204 พันล้าน ลดลงร้อยละ 14 ซึ่งยกเว้นกัมพูชาที่มีการค้าระหว่างประเทศเติบโตเล็กน้อยอยู่ที่ 1.09 หรือคิดเป็น 108 ล้านบาท โดยการค้าระหว่างประเทศกับมาเลเซียมีมูลค่ารวม 152 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 21 ตามด้วยการค้ากับ สปป.ลาว 123 พันล้าน ลดลงร้อยละ 6.33 และเมียนมาอยู่ที่ 114 พันล้านลดลงร้อยละ 13
การค้าระหว่างกัมพูชากับญี่ปุ่นลดลงร้อยละ 7.42
การค้าทวิภาคีระหว่างญี่ปุ่นกับกัมพูชาลดลงร้อยละ 7.42 อยู่ที่ 1.346 พันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2020 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตามสถิติที่เปิดเผยโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) โดยการส่งออกของกัมพูชาไปยังญี่ปุ่นลดลงร้อยละ 5.3 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 1.045 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2020 ในขณะที่การนำเข้าจากญี่ปุ่นลดลงร้อยละ 14.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกจากกัมพูชาไปยังญี่ปุ่น ได้แก่ เครื่องแต่งกาย รองเท้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้การส่งออกจาก PPSEZ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งนักลงทุนต่างชาติได้ขอให้รัฐบาลกัมพูชาลดค่าใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (CO) ที่ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน
ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50770683/two-way-cambodia-japan-trade-dips-by-7-42-percent/