‘เวียดนาม’ ติดอันดับเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก ปี 67

จากรายงานข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเวียดนามติด 20 อันดับเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปีนี้ และคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยายตัว 6.1% ซึ่งตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในข้างต้นสูงกว่ากลุ่มประเทศในภูมิภาคหลายแห่ง เช่น จีน อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย ในขณะเดียวกัน ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ 6.8% ในปี 2568 ถึงแม้ว่าทั้งสองสถาบันจะมองเศรษฐกิจเวียดนามในเชิงบวก แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่เวียดนามตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัวที่ 8%

นอกจากนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางการค้าของเวียดนาม คือ กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องมาจากธุรกิจต่างๆ พยายามย้ายห่วงโซ่อุปทานของตนออกจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ

ที่มา : https://borneobulletin.com.bn/vietnam-among-worlds-fastest-growing-economies-in-2024/

IMF ระบุว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะเติบโต 5.8% ในปี 2025

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาจะเติบโตร้อยละ 5.8 ในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากภาคส่วนหลัก เช่น การท่องเที่ยวและการส่งออกเสื้อผ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ตามรายงานเศรษฐกิจของกัมพูชามีการฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้จะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะเติบโตจากร้อยละ 5.5 ในปี 2024 เป็นร้อยละ 5.8 ในปี 2025 อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.5 ในปี 2024 เป็นร้อยละ 2 ในปี 2025 แต่ยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้ ในขณะเดียวกัน IMF ยังระบุว่าเศรษฐกิจกัมพูชาอาจมีความเปราะบางเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายของคู่ค้าหลัก และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ อย่างไรก็ตาม IMF ได้ให้คำแนะนำหลายประการเพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจกัมพูชาดำเนินต่อไปได้ รวมถึงการปฏิรูปนโยบายการคลัง การปรับปรุงการจัดเก็บภาษีและการยกเว้นภาษี โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย และการเสริมสร้างการจัดการการลงทุนภาครัฐให้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความยืดหยุ่น และรักษาเสถียรภาพของหนี้สาธารณะ เป็นต้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501633100/imf-says-cambodias-economy-will-grow-by-5-8-in-2025/

‘IMF’ ชี้เศรษฐกิจเวียดนามฟื้นตัวแรง เหตุได้แรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ

จากการหารือในประเด็น 2024 Article IV ระหว่างวันที่ 12-26 มิ.ย. นำโดยนาย Paulo Medas นักวิเคราะห์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่าเศรษฐกิจเวียดนามฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หลังจากเผชิญกับอุปสรรคในปลายปี 2565 และต้นปี 2566

และจากการสัมภาษณ์ล่าสุดของเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่าเศรษฐกิจเวียดนามฟื้นตัวได้ดีตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรก ขยายตัว 6.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนมาจากการส่งเสริมของภาครัฐ และธนาคารแห่งชาติเวียดนาม (SBV) ที่ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การขับเคลื่อนการลงทุนของรัฐบาลและค่าจ้าง

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังคงกังวลถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการอ่อนค่าของสกุลเงินและค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น บ่งชี้ให้เห็นว่าเวียดนามต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่มา : https://thoibaotaichinhvietnam.vn/vietnamese-economy-recovers-rapidly-thanks-to-drastic-actions-imf-expert-154872.html

IMF คาดอัตราเงินเฟ้อกัมพูชาทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.3 ในปี 2024

IMF คาดอัตราเงินเฟ้อกัมพูชาจะยังคงทรงตัวในปีนี้ที่ร้อยละ 2.3 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 2.1 ในปี 2023 สอดคล้องกับภาคส่วนอื่นๆ ของประเทศในกลุ่มเอเชียและแปซิฟิก ตามรายงานของ IMF Regional Economic Outlook ในเดือนเมษายน 2024 จากข้อมูลของ IMF คาดว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะขยายตัวกว่าร้อยละ 6 ในปีนี้ และเติบโตสู่ร้อยละ 6.1 ในปี 2025 เป็นรองแค่เพียงฟิลิปปินส์ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับประเทศในโซนเอเซีย ขณะที่ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) ได้รายงานเสริมว่าในช่วงปี 2024 การเติบโตของกัมพูชาจะถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 8.6 ในขณะที่ภาคบริการจะขยายตัวที่ร้อยละ 6.4 และภาคการเกษตรที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.3 สำหรับความท้าทายต่อเศรษฐกิจกัมพูชา ได้แก่ หนี้ภาคเอกชนที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น การฟื้นตัวที่อ่อนแอจากภาคการก่อสร้าง ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง และจำนวนเที่ยวบินสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต่ำ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501483848/imf-says-cambodias-inflation-to-be-stable-at-2-3-percent-in-2024/

‘IMF’ ชี้เวียดนาม จุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติ

จากการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ นายเปาโล เมดาส หัวหน้าฝ่ายการคลังของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประจำประเทศเวียดนาม กล่าวว่าเวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดของนักลงทุนต่างชาติ จากปัจจัยหนุนทั้งด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมีเสถียรภาพ ตลอดจนตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่และความพร้องทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่

โดยจากข้อมูลของ Medas เปิดเผยว่าถึงแม้ในปัจจุบันจะเผชิญกับความไม่มั่งคงทางงภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 5.66% ในไตรมาสแรกของปีนี้ และทิศทางการส่งออกที่เติบโตดีขึ้น

นอกจากนี้ เศรษฐกิจเวียดนามยังได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnam-an-enticing-destination-for-foreign-investors-imf-expert/284911.vnp

‘IMF’ เผยการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ดันโอกาสเศรษฐกิจเวียดนาม

นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการแผนกเอเชียและแปซิฟิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกว่าเศรษฐกิจของเวียดนามมีทิศทางที่จะขยายตัว 6.5% จากปัจจัยหนุนทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ จากการประเมินเศรษฐกิจในภูมิภาค คาดว่าจะขยายตัว 4.5% ปี 2567

อย่างไรก็ดี ผลการประเมินเศรษฐกิจดังกล่าวขึ้นอยู่กับพื้นฐานเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจอินเดียในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้วที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ความท้าทายของการดำเนินนโยบายการเงิน รัฐบาลควรให้ความสำคัญในเรื่องหนี้สาธารณะและการปรับกันชนทางการคลังให้ดีขึ้น

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1654252/viet-nam-to-have-many-opportunities-from-digitalisation-green-transformation-imf.html

‘GDP เวียดนาม’ ก้าวกระโดด มูลค่าทะลุ 430 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปี 66

จากรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเวียดนาม มีมูลค่าราว 433.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 และอยู่ในอันดับที่ 5 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย มูลค่า 1.54 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไทย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของโลกในปีที่แล้ว คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 104.48 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยสหรัฐอเมริกายังคงมีขนาดของเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยมูลค่าที่ 26.95 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์และวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร (CEBR) ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการจัดอันดับของขนาดเศรษฐกิจเวียดนาม มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคตข้างหน้าและคาดว่าเวียดนามจะขึ้นอันดับที่ 24 ภายในปี 2576 ด้วยขนาดเศรษฐกิจสูงถึง 1,050 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://en.baochinhphu.vn/vietnamese-gdp-size-hits-over-us430-billion-in-2023-111240312092316328.htm

‘IMF’ ชี้แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนาม ขยายตัวสูง

นายเปาโล เมดาส หัวหน้าฝ่ายการคลังของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประจำประเทศเวียดนาม ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ‘Dau Tu’ บอกถึงข้อสังเกตของทิศทางเศรษฐกิจในปีนี้ว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถส่งเสริมการบริโภคและการผลิต ขณะที่เร่งการเบิกจ่ายจากงบประมาณการลงทุนภาครัฐได้อีกด้วย และแนวโน้มชองเศรษฐกิจเวียดนามจะฟื้นตัวได้ดี

ทั้งนี้ ธนาคารกลางควบคุมอัตราเงินเฟ้อของประเทศและบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่สูญเสียทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ดีในปัจจุบันยังไม่เห็นช่องทางในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง

นอกจากนี้ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัว 5.8% ในปี 2567 เนื่องมาจากได้แรงหนุนจากการส่งออก แต่สิ่งสำคัญที่เวียดนามต้องเร่งแก้ไขอย่างรวดเร็ว คือ ภาคอสังหาฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อตลาดตราสารหนี้ขององค์กร

ที่มา : https://vietnamnet.vn/en/vietnam-likely-to-maintain-high-economic-growth-in-medium-term-imf-expert-2251714.html

IMF รายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจกัมพูชาโต 5.3% ในปี 2023

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในช่วงปี 2023 เติบโตกว่าร้อยละ 5.3 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ไม่ใช่เครื่องนุ่งห่ม อย่างไรก็ตามความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่มาก โดยเฉพาะการเติบโตที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ซึ่งครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 40 ของการส่งออกของกัมพูชาอีกทั้งเศรษฐกิจจีนยังคงมีความเสี่ยงในหลายด้าน นอกจากนี้ ภาวะการเงินที่ตึงตัวของสหรัฐฯ และระดับหนี้ภาคเอกชนในกัมพูชาที่สูงอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของประเทศ ภายใต้ภาวะขาดดุลทางด้านการคลัง โดยคาดว่านับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปการขาดดุลของกัมพูชาจะขาดดุลลดลง ตามความมุ่งมั่นของทางการกัมพูชาที่ได้กำหนดไว้ ภายใต้มาตรการที่กำหนดไว้อย่างอย่างครอบคลุม

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501434518/cambodias-economy-projected-to-have-grown-by-5-3-in-2023-imf/

IMF ชี้การส่งออก-ท่องเที่ยว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สปป.ลาว โต 4% ในปี 2567

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจ สปป.ลาว ปี 2567 แนะให้เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างประเทศ และการส่งออก เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจลาวที่กำลังตกต่ำกลับมาขยายตัวได้ 4% ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม IMF แนะเพิ่มเติมเรื่องการควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังมีระดับสูงมากกว่า 25% ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ เสียงสะท้อนของประชาชนท้องถิ่นของลาว ได้สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ลดลงและความยากจนที่มีมากขึ้น จากผลของราคาสินค้าที่สูงในขณะที่ค่าจ้างเท่าเดิม อีกทั้งสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดท้องถิ่นล้วนแต่เป็นสินค้านำเข้า

ที่มา : https://www.rfa.org/english/news/laos/imf-growth-forecast-10232023180356.html