Angkor Air เปิดเที่ยวบินตรง กัมพูชา-เดลี เสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

Angkor Air สายการบินแห่งชาติของกัมพูชา ประกาศเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างพนมเปญของกัมพูชา เชื่อมกับ กรุงเดลี เมืองหลวงของอินเดีย โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน เป็นต้นไป โดยจะมีเที่ยวบิน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ ให้บริการทุกวันอาทิตย์ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ซึ่งคาดว่าเที่ยวบินใหม่นี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและอินเดีย และส่งเสริมโอกาสทางการท่องเที่ยวและธุรกิจระหว่างสองประเทศให้มากขึ้น กล่าวโดย Sok Soken รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และได้กล่าวเสริมว่า อินเดียและจีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดที่กัมพูชา ในขณะเดียวกัน สายการบิน IndiGo Airlines ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย ได้รับอนุมัติจากทางการกัมพูชาให้ดำเนินการเที่ยวบินระหว่างเดลีและเสียมเรียบ สำหรับกัมพูชาดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้กว่า 5.43 ล้านคนในปี 2023 เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 139 จาก 2.27 ล้านคนในปี 2022 สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 3.04 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 115 จากมูลค่า 1.41 พันล้านดอลลาร์ ในปีก่อนหน้า

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501461599/phnom-penh-delhi-flight-from-june-16/

กัมพูชา-ไทย มุ่งยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เชิงรุก

อดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เรียกร้องให้มีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย ในด้านการค้า แรงงาน และภาคการท่องเที่ยว โดยยกระดับความสัมพันธ์จากหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เชิงรุก ซึ่งได้กล่าวไว้ในระหว่างการให้การต้อนรับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรของไทย ณ กรุงพนมเปญ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 มี.ค.) โดยทั้งสองฝ่ายมองว่าการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความมุ่งมั่นที่จะกลับมาหารืออีกครั้งเกี่ยวกับการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันและก๊าซร่วมกัน ในพื้นที่ทับซ้อน (Overlapping Claims Area: OCA) ขนาด 26,000 ตารางกิโลเมตร ในอ่าวไทย ซึ่งความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เชิงรุก (Comprehensive Strategic Partnership) เป็นรูปแบบความร่วมมือทวิภาคีที่ครอบคลุมระหว่างสองประเทศในประเด็นต่างๆ อย่างรอบด้าน ครอบคลุมหลายภาคส่วน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคง

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501461617/call-to-elevate-cambodia-thai-ties-amid-bid-to-settle-oca/

GDT พัฒนาแพลตฟอร์ม e-Administration อำนวยความสะดวกด้านภาษี

Kong Vibol ผู้อำนวยการกรมสรรพากรกัมพูชา (GDT) ประกาศเปิดตัวแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน “GDT e-Administration” สำหรับผู้เสียภาษี เพื่อเอื้อต่อทำธุรกรรม การตรวจสอบและติดตามเอกสารการชำระภาษี นอกเหนือจากระบบข้างต้น ยังมีฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การยื่นคำขอปรับปรุงข้อมูลนิติบุคคล การยื่นคำขอติดอากรแสตมป์ การโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ การยื่นคำขอชำระภาษีแบบผ่อนชำระ การยื่นคำขอหนังสือรับรองหรือใบอนุญาต และการยื่นคำขอเอกสารราชการอื่นๆ เพื่อเป็นการปรับปรุงระบบการยื่นเอกสารราชการจากรูปแบบเดิม และลดโอกาสที่เอกสารจะสูญหาย สำหรับ GDT มุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิผล เช่นเดียวกับการปรับปรุงการบริหารภาษีให้ทันสมัย การปรับปรุงบริการต่อผู้เสียภาษี และการขยายสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งการปรับระบบต่างๆ ส่งผลทำให้ GDT จัดเก็บภาษีได้มูลค่ารวมกว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2023 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.49 จากปีก่อนหน้า

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501460312/gdts-e-administration-platform-to-facilitate-tax-monitoring/

กัมพูชาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 18% ในช่วง 2 เดือนแรกของปี

กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี กัมพูชาให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 988,574 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยมากที่สุดที่จำนวน 247,530 คน รองลงมาคือ เวียดนาม 185,385 คน และ จีน 109,990 คน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่าร้อยละ 42 เดินทางเข้าประเทศทางเครื่องบินขยายตัวกว่าร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่เดินทางออกนอกประเทศลดลงปรับตัวลดลงเล็กน้อยร้อยละ 3.9 ที่จำนวน 262,580 คน สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาในปัจจุบัน ถือเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักที่สำคัญทางเศรษฐกิจของกัมพูชา นอกเหนือจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมการเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวมีความพยายามเป็นอย่างมากที่จะเชื่อมโยงตลาดเป้าหมายสำคัญ โดยการจัดหาเที่ยวบินตรงมายังกัมพูชาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังกัมพูชามากขึ้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501460336/foreign-tourist-arrivals-go-up-18-in-jan-feb/

กัมพูชาส่งออกยางพาราแปรรูปเพิ่มขึ้นถึง 90% ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024

ข้อมูลการค้าล่าสุดจากกรมศุลกากรและสรรพสามิต (GDCE) ระบุว่า ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2024 กัมพูชาสามารถส่งออกยางพาราแปรรูป มูลค่า 215 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการส่งออกยางพารากัมพูชา สวนทางกันกับผลผลิตยางพาราธรรมชาติทั่วโลกที่มีแนวโน้มลดลง ภายใต้ภาวะราคายางพุ่งสูงขึ้น สำหรับทั้งปี 2023 กัมพูชาสามารถทำรายได้จากการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา 919 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 69.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดยางพาราของกัมพูชาส่วนใหญ่ส่งออกไปยัง จีน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และสหภาพยุโรป เป็นสำคัญ ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่าตลาดยางธรรมชาติยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจจีนที่เติบโตต่ำกว่าคาดในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว ซึ่งจีนเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากสงครามยืดเยื้อระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และ อิสราเอล-ฮามาส รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501458804/cambodias-rubber-article-exports-rise-90-percent/

อินโดนีเซียเตรียมนำเข้าข้าว 22,500 ตัน จากกัมพูชา เพื่อรองรับเทศกาล Eid al-Fitr

รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนที่จะนำเข้าข้าว 22,500 ตัน จากกัมพูชา เพื่อเติมเต็มคลังข้าวภายในประเทศ รองรับความต้องการบริโภคในช่วงก่อนเทศกาลอีฎิ้ลฟิตริ (Eid al-Fitr) ตามที่สำนักงานอาหารแห่งชาติ (National Food Agency – Bapanas) แถลง โดยให้ความสำคัญกับข้าวที่ผลิตภายในประเทศเป็นอันดับแรก แต่ในครั้งนี้ทางการได้ตัดสินใจว่า บูลอก (Bulog – บริษัทโลจิสติกส์ของรัฐบาล) จะทำการจัดซื้อข้าวจากต่างประเทศ ว่าจะนำเข้าข้าว 22,500 ตัน จากกัมพูชา กล่าวโดย Arief Prasetyo Adi หัวหน้า Bapanas กล่าว ณ กรุงจาการ์ตา สำหรับปีที่แล้วรัฐบาลอินโดนีเซียได้แจกจ่ายข้าวสารช่วยเหลือประชาชนกว่าผู้ซึ่งได้รับประโยชน์กว่า 22 ล้านคน เป็นระยะเวลา 7 เดือน ขณะที่ปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าที่จะแจกจ่ายเป็นระยะเวลา 6 เดือน

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501459050/indonesia-to-import-22500-tonnes-rice-from-cambodia-for-eid-al-fitr/

รัฐบาลกัมพูชาออกพันธบัตรมูลค่า 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2023

รัฐบาลกัมพูชาสามารถระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาล 58.26 ล้านดอลลาร์ ในปี 2023 ซึ่งตามกฎหมายกัมพูชาสามารถออกพันธบัตรได้สูงสุด 200 ล้านดอลลาร์ โดยการออกพันธบัตรในครั้งนี้คิดเป็นร้อยละ 29 ของวงเงินตามกฎหมายกำหนด ขณะที่รัฐบาลได้ออกพันธบัตรผ่านแพลตฟอร์มการประมูลธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (National Bank of Cambodia Auction Platform – NBCP) ซึ่งรายงานไว้ในระหว่างการประกาศตัวเลขหนี้สาธารณะของกัมพูชาประจำปี 2023 โดยกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังชี้แจงว่ารัฐบาลกัมพูชาออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนภายในประเทศ ซึ่งจะนำไปใช้ในกิจกรรมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับในปี 2024 รัฐบาลกัมพูชาเตรียมออกพันธบัตรรัฐบาลมูลค่ารวม 108 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการลงทุนและความยั่งยืนของการบริหารหนี้สาธารณะ สำหรับสิทธิพิเศษของผู้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจะได้รับการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 50 สำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับจากการถือครองและซื้อขายพันธบัตร นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังได้รับการยกเว้นภาษีกำไรส่วนทุนจากการซื้อและขายพันธบัตรเป็นเวลา 3 ปี

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501457942/kingdom-raises-58-million-from-government-bond-issuance-in-2023/

กัมพูชาและไทย ประกาศร่วมมือยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

กัมพูชาและไทย ประกาศความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน ผ่านการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยคำมั่นสัญญานี้เกิดขึ้นระหว่าง ฮุน เซน ประธานพรรคประชาชนกัมพูชา และคุณแพทองทา ชินวัตร ประธานพรรคเพื่อไทย ในการหารือระดับทวิภาคี ด้าน สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของกัมพูชา ซึ่งเน้นไปที่การแสวงหาสันติภาพ การเปลี่ยนสนามรบเดิมให้เป็นเขตพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายแดนให้กลายเป็นเขตแดนแห่งสันติภาพ ด้านคุณแพทองทา เดินทางเยือนกัมพูชาเป็นเวลา 2 วัน (18-19 มี.ค.) ตามคำเชิญของ สมเด็จฯ ฮุน เซน โดยการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อหวังการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501458226/cambodia-thailand-to-boost-economic-growth-though-connectivity/

หนี้สาธารณะกัมพูชาแตะ 11.24 พันล้านดอลลาร์

รายงานหนี้สาธารณะกัมพูชาประจำปี 2023 โดยกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง (MEF) ซึ่งหนี้สาธารณะของกัมพูชาอยู่ที่ระดับ 11.24 พันล้านดอลลาร์ ที่ความเสี่ยงระดับต่ำสำหรับภาวะหนี้สาธารณะในปัจจุบัน โดยในรายงานระบุเสริมว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะร้อยละ 46 เป็นเงินสกุลดอลลาร์ เป็นสิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) ร้อยละ 19 เป็นเงินหยวนจีนร้อยละ 11 สกุลเงินเยนญี่ปุ่นร้อยละ 11 สกุลเงินยูโรร้อยละ 7 และสกุลเงินท้องถิ่น/สกุลเงินอื่นๆ ราวร้อยละ 6 ในจำนวนนี้ร้อยละ 99.5 หรือคิดเป็นมูลค่า 11.19 พันล้านดอลลาร์ เป็นหนี้สาธารณะภายนอกประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นหนี้สาธารณะภายในประเทศ ซึ่งรายงานระบุว่าร้อยละ 64 ของหนี้สาธารณะเป็นการกู้ยืมจากพันธมิตรการพัฒนาในรูปแบบทวิภาคี ขณะที่ร้อยละ 36 มาจากพันธมิตรการพัฒนาพหุภาคี ตามมาด้วยส่วนหนี้สาธารณะภายในประเทศคิดเป็นร้อยละ 0.5 สำหรับในปี 2023 รัฐบาลกัมพูชาได้ลงนามในสัญญากู้ยืมเงินแบบผ่อนปรนดอกเบี้ยกับพันธมิตรการพัฒนามูลค่า 1.81 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,339.22 ล้าน SDR คิดเป็นร้อยละ 79 ของเพดานที่กฎหมายอนุญาต โดยวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมเงินส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโครงการลงทุนสาธารณะในภาคส่วนสำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501457412/cambodias-public-debt-stands-at-11-24-billion/

นายกฯ ฮุน มาเนต เสนอ 9 ข้อ ยกระดับภาคการท่องเที่ยวกัมพูชา

นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้เสนอแนะแนวทางทั้ง 9 ข้อ เพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวกัมพูชา โดยได้กล่าวถึงในระหว่างการเปิดงานเทศกาลน้ำ ครั้งที่ 8 ในจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งแนวทางทั้ง 9 ข้อ 1.รักษาสันติภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนา 2.การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินนโยบายหมู่บ้าน-ตำบล 3.ร่วมมือกันพัฒนามาตรการต่างๆอ ภายใต้แนวคิด Dynamics of Stakeholder System เพื่อบรรลุเป้าหมายของโครงการพิเศษ 4.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำ โดยเฉพาะจังหวัดรอบแม่น้ำโขงและทะเลสาบ Tonle Sap เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เสริมสร้างการเชื่อมโยง และปรับปรุงระบบขนส่ง 5.ส่งเสริมการผลิตสินค้าการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว 6.ปรับปรุง “วนอุทยานพนมกุเลน” ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 7.เรียกร้องให้กระทรวงและสถาบันที่เกี่ยวข้องทั้งหมดวางยุทธศาสตร์ส่งเสริมการจัดงานต่างๆ 8.กระทรวงต่างๆ ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้การเดินทางสะดวกและสะบาย และ 9. เรียกร้องให้กระทรวง สถาบัน หน่วยงานทุกระดับ รวมถึงภาคประชาชน ร่วมกันผลักดันโครงการต่างๆ ให้ประสำความสำเร็จ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501457623/pm-shares-nine-recommendations-to-enhance-tourism-sector/