‘ทุเรียนเวียดนาม’ เผชิญคู่แข่งรายใหม่ในตลาดจีน อินโดนีเซียรุกตลาดส่งออก

ตามรายงานของสำนักข่าว Channel News Asia (CNA) เปิดเผยว่าอินโดนีเซีย มีแผนที่จะส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปยังตลาดจีนในปีนี้ โดยตั้งเป้าเป็นคู่แข่งทุเรียนเวียดนามและทุเรียนไทยในตลาดจีน ภายหลังจากอินโดนีเซียบรรลุข้อตกลงการส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปยังจีน ทางบริษัท PT Silvia Amerta Jaya เป็นหนึ่งใน 14 โรงงานแปรรูปทุเรียนในเขตการปกครองปารีจีมูตง (Parigi Moutong) ที่ได้รับการอนุญาตในการส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปยังจีนโดยตรง อย่างไรก็ดี ตลาดจีนมีข้อกำหนดที่เข็มงวดในการส่งออกทุเรียน ทำให้ผู้ประกอบการอินโดนีเซียต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวด เพื่อควบคุมคุณภาพและจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการบรรจุหีบห่อ และการขนส่ง

ที่มา : https://vietnamnet.vn/en/vietnamese-durian-faces-new-competition-in-china-as-indonesia-eyes-export-market-2383786.html

‘เวียดนาม’ ติดอันดับเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก ปี 67

จากรายงานข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเวียดนามติด 20 อันดับเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปีนี้ และคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยายตัว 6.1% ซึ่งตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในข้างต้นสูงกว่ากลุ่มประเทศในภูมิภาคหลายแห่ง เช่น จีน อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย ในขณะเดียวกัน ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ 6.8% ในปี 2568 ถึงแม้ว่าทั้งสองสถาบันจะมองเศรษฐกิจเวียดนามในเชิงบวก แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่เวียดนามตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัวที่ 8%

นอกจากนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางการค้าของเวียดนาม คือ กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องมาจากธุรกิจต่างๆ พยายามย้ายห่วงโซ่อุปทานของตนออกจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ

ที่มา : https://borneobulletin.com.bn/vietnam-among-worlds-fastest-growing-economies-in-2024/

ผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน รุกตลาดเวียดนาม

‘Geely Automobile’ ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีน เล็งขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเวียดนาม โดยมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ในเวียดนาม ได้แก่ รุ่น Standard ที่ขายในราคา 538 ล้านดอง หรือประมาณ 21,000 เหรียญสหรัฐ รุ่น Premium ที่ขายในราคา 578 ล้านดอง และรุ่น Flagship ที่ขายในราคา 628 ล้านดอง ซึ่งรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร

อีกทั้ง บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง ศูนย์ทดสอบรถยนต์ 15 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนที่จะขยายตัวแทนจำหน่าย 50 แห่งภายในปี 2025

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/chinese-auto-giant-stakes-its-claim-in-vietnamese-market-post312049.vnp

‘ผปก.ขนาดย่อมของเวียดนาม’ เติบโตสูงสุดรอบ 4 ปี

องค์กรบัญชีรายใหญ่ที่สุดของโลก ‘CPA Australia’ เปิดเผยผลสำรวจผู้ประกอบการขนาดย่อม พบว่า ปี 2567 ผู้ประกอบการขนาดย่อมของเวียดนามส่วนใหญ่ 82% ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ และ 77% เติบโตดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ในขณะที่ 92% หวังว่าธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ นายคริส ฟรีแลนด์ (Chris Freeland) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CPA Australia กล่าวว่าการมองเขิงบวกในข้างต้นนั้น เป็นผลมาจากกลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อมของเวียดนามที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และมีใจเป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเวียดนามที่มีอายุน้อย โดยกว่า 70% มีอายุต่ำกว่า 40 ปี และมีวิสัยทัศน์ระยะยาว กล้ารับความท้าทายในระยะสั้น เพื่อผลกำไรในอนาคต พร้อมทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ แม้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ก็ตาม

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnams-small-business-growth-soars-to-a-four-year-high-post312021.vnp

‘เวียดนาม’ ประเมินนโยบายการค้าใหม่ของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบจำกัด

นาย Nguyen Sinh Nhat Tan รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า กล่าวว่าเวียดนามไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากนโยบายการค้าใหม่ของสหรัฐฯ เนื่องจากสินค้าส่งออกของเวียดนามไม่ได้แข่งขันกันโดยตรงกับบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ในตลาดภายในประเทศ ในทางตรงกันข้าม การส่งออกของเวียดนาม ช่วยให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงสินค้าราคาถูกลงได้ ทั้งนี้ เวียดนามติดตามนโยบายของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดตั้งแต่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพื่อเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะจัดการประชุมในเดือนมีนาคมนี้

นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐฯ โดยยึดหลักการค้าที่เป็นธรรม และสอดคล้องกับระเบียบกฎหมาย รวมถึงผลประโยชน์ที่สมดุลของทั้งสองฝ่าย

ที่มา : https://vietnamnet.vn/en/vietnam-sees-no-significant-impacts-from-us-s-new-trade-policies-official-2378540.html

‘เวียดนาม’ เผย 2 เดือนแรกของปี 68 เกินดุลการค้า 1.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (NSO) เปิดเผยว่ายอดการนำเข้าและส่งออกในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่า 127.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (%YoY) การส่งออก มีมูลค่า 64.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.4%YoY ในขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 62.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.9%YoY ส่งผลให้เวียดนามเกินดุลการค้า 1.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ อยู่ที่ 19.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน จีนยังคงเป็นแหล่งนำเข้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ด้วยมูลค่าการนำเข้า 23.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : https://vietnamnet.vn/en/vietnam-s-trade-surplus-hits-1-47-billion-usd-in-first-two-months-2378543.html

‘เวียดนาม’ ไฟเขียวลงทุนทางรถไฟ หล่าวกาย-ฮานอย-ไฮฟอง

แผนการก่อสร้างเส้นทางรถไฟของเวียดนามที่เชื่อมระหว่างจังหวัดหล่าวกาย ฮานอย และไฮฟอง ได้ผ่านการอนุมัติของรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการดังกล่าวเป็นวิสัยทัศน์ของระบบทางรถไฟที่มีการบูรณาการและยกระดับความทันสมัย รวมถึงการออกแบบ เพื่อตอบสนองกับความต้องการทางด้านการขนส่งภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ ทางรถไฟช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการพัฒนาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสมัชชาแห่งชาติสมัยที่ 13

ทั้งนี้ ทางรถไฟสายใหม่แห่งนี้ สำหรับเส้นทางหลักจะมีความยาวประมาณ 390.9 กิโลเมตร พื้นที่โครงการอยู่ที่ประมาณ 2,632 เฮกตาร์ เม็ดเงินลงทุนมากกว่า 203.2 ล้านล้านดอง หรือราว 7.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะได้รับเงินทุนจากการจัดสรรงบประมาณของรัฐฯ และแหล่งเงินทุนอื่นๆ

ที่มา : https://en.nhandan.vn/na-greenlights-major-railway-project-to-boost-northern-economic-corridor-post144544.html

‘สถาบันการเงินโลก’ มองศักยภาพทางเศรษฐกิจเวียดนาม เติบโตเขิงบวก

Suan Teck Kin กรรมการบริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและตลาดโลกของธนาคารของยูโอบี กล่าวว่าเศรษฐกิจเวียดนาม มีแนวโน้มขยายตัวสูงถึง 8% ต่อปี หรืออาจขยายตัวสองหลัก หลังจากปีที่แล้ว ขยายตัว 7% ถึงแม้ว่าการบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจดังกล่าวเป็นความท้าทาย แต่เวียดนามเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญ คือ นโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ และการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม โดยเฉพาะเรื่องที่เวียดนามพึ่งพาภาคการค้าระหว่างประเทศอย่างมาก เวียดนามมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็น 90% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ที่ 174% ในขณะเดียวกัน นายทิม ลีลาหะพันธ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำเวียดนามและไทยของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ กล่าวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนาม มีปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออกและการท่องเที่ยว

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/intl-financial-institutions-show-positive-views-on-vietnams-growth-prospects-post310561.vnp