‘ไทย-เวียดนาม’ กระชับความสัมพันธ์ ตั้งเป้ายอดการค้าทวิภาคีทะลุ 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายบุ่ย แทงห์ เซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม และนาย มาริษ เสงี่ยมพงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย หารือและกล่าวแสดงความสำคัญของการเยือนในครั้งนี้ โดยเฉพาะกิจกรรมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนามและไทย ครบรอบ 50 ปี และการเยือนครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ เวียดนามและไทย ให้คำมั่นที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงการขนส่งและการท่องเที่ยว รวมถึงเห็นพ้องที่จะลดมาตรการกีดกันการค้า ส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วนเกิดใหม่ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และพลังงานหมุนเวียน ในชณะเดียวกัน เวียดนามและไทย ตั้งเป้าที่จะบรรลุการค้าทวีภาคี 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : https://www.chiangraitimes.com/news/thailand-and-vietnam-strengthen-bilateral-ties-with-25-billion-trade-target/

เมียนมากวาดรายได้ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐจากการส่งออกพืชตระกูลถั่วต่างๆ ทุกปี

ตามข้อมูลของกรมการค้า กระทรวงพาณิชย์เมียนมา การส่งออกพืชตระกูลถั่วต่างๆ ของเมียนมามีส่วนสนับสนุนรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยรายได้จากการส่งออกพืชตระกูลถั่วของเมียนมาคิดเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 1,000-1,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี เมียนมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตถั่วรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งภาคการเกษตรของเมียนมามีส่วนสนับสนุนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เมียนมามีพื้นที่ปลูกข้าวเปลือกมากกว่า 17 ล้านเอเคอร์และพื้นที่ปลูกพืชตระกูลถั่วและถั่ว 10 ล้านเอเคอร์ในประเทศ ซึ่งพืชตระกูลถั่วและถั่วเป็นผลผลิตที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างวันที่ 1 เมษายนถึง 19 กรกฎาคมของปีงบประมาณปัจจุบัน 2024-2025 การส่งออกพืชตระกูลถั่วต่างๆ ของเมียนมามีจำนวนมากกว่า 775,290 ตัน มูลค่า 669.89 ล้านดอลลาร์ ซึ่งประกอบด้วยการส่งออกทางทะเล มากกว่า 748,600 ตัน มูลค่า 647.7 ล้านดอลลาร์ และการส่งออกผ่านชายแดน มากกว่า 26,600 ตัน มูลค่า 22 ล้านดอลลาร์ เมียนมาเป็นผู้ส่งออกถั่วดำ ถั่วมะแฮะ และถั่วเขียวรายใหญ่ที่สุด พื้นที่เพาะปลูกคิดเป็นร้อยละ 72 ของพื้นที่เพาะปลูกถั่วทั้งหมด และปลูกถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วสีเนย ถั่วข้าว ถั่วลันเตา และถั่วชนิดอื่นๆ ในพื้นที่เพาะปลูกร้อยละ 28 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด

ที่มา : http://• https://www.gnlm.com.mm/myanmar-bags-us1-5b-from-various-pulses-exports-yearly/

‘ก.คลังเวียดนาม’ เสนอขยายระยะเวลาชำระภาษีและค่าเช่าที่ดิน ปี 68

กระทรวงการคลังเวียดนาม (MoF) ดำเนินการระดมความคิดเห็นสาธารณชนเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาที่เสนอขยายเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และค่าเช่าที่ดินในปี 2568 ทั้งนี้ ภายใต้ร่างพระราชกฤษฎีกา จะมีการเลื่อนการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออกไปเป็น 6 เดือนสำหรับยอดเงินที่ครบกำหนดชำระในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และไตรมาสแรกของปี 2568 ส่วนการชำระภาษีเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 จะขยายเวลาออกไปอีก 5 เดือน คาดว่ายอดการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มที่เลื่อนออกไปทั้งหมด จะอยู่ที่ 62 ล้านล้านดอง โดยกำหนดเส้นตายการชำระภาษีขั้นสุดท้าย คือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ในขณะที่ภาษีเงินได้นิติบุคคล กระทรวงฯ ได้เสนอให้ขยายระยะเวลาการชำระภาษีชั่วคราวออกไปอีก 5 เดือนสำหรับไตรมาสแรก และไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยคาดว่ายอดรวมที่เลื่อนออกไปจะอยู่ที่ 36 ล้านล้านดอง

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/1692690/mof-proposes-tax-and-land-rent-payment-extension-for-2025.html

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยเยือนเมียนมา หารือความมั่นคง ป้องกันอาชญากรรม และขยายเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เดินทางเยือนเมียนมาเพื่อหารือระดับสูงด้านความมั่นคง การป้องกันอาชญากรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจ การเยือนครั้งนี้จัดขึ้นตามคำเชิญของนายตัน สเว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา โดยมีการพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ซึ่งการหารือครอบคลุมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติด การฉ้อโกงทางออนไลน์ และการค้ามนุษย์ ทางการไทยได้ดำเนินการเพื่อปราบปรามการหลอกลวงทางโทรศัพท์ที่มุ่งเป้าไปที่พลเมืองของไทย ในขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะปฏิบัติการร่วมกันเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามพรมแดน  อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศยังได้หารือถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นที่มลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในภาคเหนือของประเทศไทยและเมียนมา นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยทั้งสองฝ่ายพยายามปรับปรุงการป้องกันน้ำท่วมและรับรองการใช้น้ำอย่างยั่งยืน ความมั่นคงชายแดนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นหัวข้อสำคัญ โดยมีการหารือเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพในพื้นที่เสี่ยงต่อความขัดแย้งและการขยายการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดน โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศได้รับการเน้นย้ำในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมิภาค

ที่มา : https://www.pattayamail.com/thailandnews/thai-foreign-minister-visits-myanmar-for-security-crime-prevention-and-economic-expansion-talks-491818

‘เวียดนาม’ ใช้มาตรการตอบโต้ทุ่มตลาดเหล็กแผ่นนำเข้าจากจีน

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (MoIT) ประกาศใช้มาตรการชั่วคราวตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ที่นำเข้าจากจีน ด้วยอัตราภาษีตั้งแต่ 19.38% – 27.83% ในขณะที่การนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อน HRC จากอินเดีย ได้รบการยกเว้นภาษี เนื่องมาจากมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่มากนัก ทั้งนี้ เหล็กของจีนอยู่ในช่วงกระบวนการสอบสวนและอยู่ภายใต้อากรตอบโต้การทุ่มตลาดใหม่ มีผลบังคับใช้ 15 วัน หลังจากประกาศใช้ และคงอยู่เป็นระยะเวลา 120 วัน

นอกจากนี้ กรมศุลกากรเวียดนาม ระบุว่าการนำเข้าเหล็กกล้ารีดร้อนในปี 2567 มีปริมาณ 12.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่สิ่งที่น่าสังเกต คือ ถึงแม้ว่ากระทรวงฯ ทำการสอบสวนในเดือน ก.ค. 2567 แต่การนำเข้าเหล็กกล้าจากจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดในประเทศได้ กระทรวงฯ จึงตัดสินใจบังคับใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดชั่วคราวเพื่อควบคุมการนำเข้า และปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กกล้าในประเทศ

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnam-imposes-temporary-anti-dumping-duties-on-chinas-hrc-steel-post310423.vnp

MAFF ประเมินผลผลิตเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ในสี่จังหวัดสำคัญของกัมพูชา

เจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ได้ดำเนินการสำรวจสถานการณ์ผลผลิตของพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ใน 4 จังหวัดผู้ผลิตสำคัญอย่าง กำปงจาม, พระวิหาร, สตรึงเตรง และ รัตนคีรี ซึ่งทางการพร้อมที่จะส่งเสริมและสร้างชุมชนการเกษตรสมัยใหม่ให้กับเกษตรกรผู้เพาะปลูกมะม่วงหิมพานต์ในท้องถิ่น ขณะที่คาดว่าผลผลิตเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ในปีนี้จะสูงกว่าปี 2024 ภายใต้ราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ตามคำแถลงของ MAFF ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 ก.พ.) นำโดย Touch Bun Hour รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ซึ่งกล่าวเสริมว่าการประมาณการเบื้องต้นบ่งชี้ว่าผลผลิตเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ในเดือนกุมภาพันธ์จะต่ำกว่าปีที่แล้ว เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นยาวนาน อย่างไรก็ตาม ด้านคุณภาพของเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ในปีนี้ดีเยี่ยม โดยมีเมล็ดที่ใหญ่กว่าและเนื้อที่ดีกว่า ส่งสัญญาณว่าผลผลิตอาจสูงกว่าปี 2024 ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวถัดไป

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501644052/maff-assesses-cashew-crop-yields-in-four-provinces/

Elon Musk ให้ความสนใจกัมพูชาเป็นจุดหมายการลงทุน

SpaceX และ Starlink บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่สองแห่งที่ก่อตั้งโดย Elon Musk แสดงความสนใจในการปรับปรุงบริการดิจิทัลสมัยใหม่ในกัมพูชา หลังคณะผู้แทนนำโดย Rebecca Hunter ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ SpaceX และ Starlink ได้เข้าพบกับ Chea Ratha รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (MoC) และหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนในกัมพูชา โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการลงทุนที่มีศักยภาพในการให้บริการสาธารณะ โดยเน้นไปที่การปรับปรุงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของกระทรวง ด้าน Hun Manet พร้อมตอบสนองต่อความต้องการลงทุนของ SpaceX และ Starlink ในการขยายการลงทุนและส่งเสริมความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับรัฐบาลกัมพูชา และย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาภาคเทคโนโลยีให้ทันกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของโลก

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/501644060/elon-musk-cos-eye-cambodia-as-top-investment-destination/

ความคืบหน้าการเตรียมการโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวใน ปาวตี่ และ เมียวมยา

สหพันธ์ข้าวเมียนมารายงานว่า โรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวและน้ำมันปรุงอาหาร แห่งแรกของเมียนมามีแผนจะสร้างขึ้นที่เมืองปาวตี่ และเมืองเมียวมยา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นำโดย MRF ซึ่งเริ่มต้นโครงการโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวและน้ำมันปรุงอาหารแห่งแรกของเมียนมาที่โรงสีข้าว MAPCO ในเมืองเนปิดอว์ อำเภอปยีน มานา “โรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวในเนปิดอว์กำลังจะสร้างเสร็จและเหลือเพียงงานตรวจสอบเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างโรงงานอื่นๆ ในเมืองปาวตี่และเมืองเมียวมยา และได้ยินมาว่ามีแผนจะ สร้างโรงงานที่คล้ายกันในย่างกุ้งด้วย” ตามแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ MRF โรงงานในเนปิดอว์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 9,000 ตันและน้ำมันปรุงอาหาร 6,300 ตัน รวมเป็นประมาณ 15,300 ตันต่อปี โดยมีแผนที่จะสร้างโรงงานทั้งหมด 10 แห่งในภูมิภาคอิรวดี ย่างกุ้ง และพะโค รวมถึงเนปิดอว์ในอนาคต ผลผลิตของพืชเหล่านี้จะขายในตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในยุโรป หากมีส่วนเกิน

ที่มา : https://www.gnlm.com.mm/rice-ban-oil-and-cooking-oil-factories-under-preparation-in-paungde-and-myaungmya/

สมาคมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเมียนมาเรียกร้องให้มีการปรับปรุงขั้นตอนการส่งออก

สมาคมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเมียนมา (MWBFA) ได้เรียกร้องให้ผ่อนปรนขั้นตอนการส่งออกเฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้มูลค่าเพิ่มที่ผลิตในประเทศซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่า 500 เหรียญสหรัฐฯ ไปยังกรมป่าไม้ นายออง จอ โม รองประธานสมาคมกล่าว “MWBFA เรียกร้องให้ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของกรมป่าไม้ลง เพื่อจะได้ไม่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมที่เกี่ยวข้อง หากเฟอร์นิเจอร์ เช่น เก้าอี้ โต๊ะ มีมูลค่าต่ำกว่า 500 เหรียญสหรัฐ เราส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้สักคุณภาพสูงเป็นหลัก รวมถึงพื้นไม้ปาร์เก้ที่ใช้แทนไม้ปาร์เก้ พื้นไม้ปาร์เก้ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ไม้สน และไม้ยางพารา” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกปี เมียนมาส่งออกเฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้มูลค่าเพิ่มไปยังอินเดีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศจัดหาแหล่งวัตถุดิบรวมทั้งไม้สักผ่านการประมูลของบริษัท Myanma Timber Enterprise นอกจากนี้ MWBFA ยังจัดทำข้อตกลงการขายไม้กับบริษัท Myanma Timber Enterprise โดยบริษัทของรัฐมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการขายผลิตภัณฑ์ไม้มูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ที่ผลิตโดย MWBFA โดยติดโลโก้ MTE บริษัทจะขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต่อให้กับแผนก โรงแรม หรือผู้ซื้อในประเทศ

ที่มา : https://www.mdn.gov.mm/en/mwbfa-urges-streamlined-export-procedures

‘ผู้ผลิตยานยนต์เวียดนาม’ มุ่งขยายการส่งออก

จากข้อมูลของตัวแทนบริษัท Thaco Group ระบุว่าทางบริษัทประสบความสำเร็จในการส่งออกอย่างมาก รวมถึงรถบรรทุก Kia Frontier K2500 จำนวน 120 คัน ไปยังตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อในเรื่องมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวด นอกจากนี้ ยังได้จัดส่ง Kia New Carnival จำนวน 400 คันไปยังอินเดีย และรถจักรยานยนต์ Peugeot Django 150cc จำนวน 45 คันถูกส่งไปยังกัมพูชา ในขณะที่บริษัท VinFast ยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินธุรกิจ โดยมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่น VF3 แบบพวงมาลัยขวาในอินโดนีเซียและตลาดอื่นๆ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ มองว่าการส่งออกรถยนต์ไม่เพียงแต่เป็นผลประโยชน์ต่อธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีส่วนในการส่งเสริมเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมอย่างมาก ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาคุณภาพรถยนต์ในประเทศ และปรับต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม

ที่มา : https://vietnamnet.vn/en/vietnam-auto-manufacturers-look-to-boost-exports-2373829.html